|
ต่างชาติจ้องฮุบตลาดแรงงานสถาปนิกหลังเปิดประตูFTA-สมาคมฯวางกฎเหล็กออกใบประกอบวิชาชีพใหม่
|
| ผู้จัดการรายวัน- สมาคมสถาปนิกฯเร่งยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสถาปนิกในประเทศเท่ามาตรฐานต่างชาติ รับมือFTA พร้อมจับมือสถาบันศึกษา กำหนดเกณฑ์ออกใบประกอบวิชาชีพนักศึกษาจบใหม่ หวังยกระดับพัฒนาบุคคลเทียบเท่าต่างประเทศ หลังออกแผนโรดแมประยะยาว 12 ปีผลักดันวิชาชีพยกมาตรฐานสถาปนิกสู้ต่างประเทศ คาดการจัดงาน "สถาปนิก 2006" ผู้ชมงานกว่า 250,000 ราย หลังขยายพื้นที่แสดงงานเพิ่มกว่า 20% นายทวีจิตร จันทรสาขา อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะประธานจัดงาน"สถาปนิก 2006" ครั้งที่ 20 เปิดเผยถึงการรับมือการเปิดเขตเสรีการทางการค้า ที่รัฐบาลได้ทำข้อตกลงร่วมกับประเทศต่างๆ(FTA) ว่า ผลกระทบที่เกิดจากการเปิดเสรีทางการค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันในด้านวิชาชีพของสถาปัตยกรรมไทย กับสถาปัตยกรรมชาวต่างชาติที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยนั้น ในช่วงที่ผ่านมาๆ ทางสภาสถาปนิกมีการเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนแม่บท(โรดแมป)ระยะยาว 12 ปี ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพและพัฒนาบุคคลกรด้านสถาปัตยกรรมไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าต่างชาติ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาด้านวิชาชีพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยสภาสถาปนิกและสมาคมได้มีการจัดตั้งสถาบันสถาปัตยกรรมขึ้น เพื่อฝึกอบรมเทคโนโลยี และให้ความรู้ใหม่ๆ ด้านวิชาชีพ ให้กับสมาชิกของสมาคม และผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมเพื่อยกระดับความรู้และมาตรฐานให้บุคลากร นักศึกษาและผู้ที่จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมให้เทียบเท่าต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการด้านวิชาการ เทคนิคการออกแบบ การพัฒนารูปแบบการการทำงาน การพัฒนาความคิด การกำหนดสเปกการเลือกวัสดุ และจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ โดยที่ผ่านมาสภาสถาปัตยกรรม ได้มีการผลักดันให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งล่าสุดสภาได้ติดต่อทาบทาม ดร.วีระ สัจจะกุล อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เข้ามารับตำแหน่งประธานสถาบันสถาปัตยกรรม เพื่อช่วยในการผลักดันการยกระดับมาตรฐานะของวิชาชีพสถาปัตยกรรม โดยในช่วง2 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามในการผลักดันเรื่องดังกล่าว สถาบันสถาปัตยกรรมได้มีการจัดอบรมด้านวิชาชีพ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับสมาชิกสมาคม และผู้ที่ประกอบวิชาชีพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมในประเทศ ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนามาตรฐานด้านเขียนแบบของสถาปัตยกรรม และมาตรฐานการวางหรือจัดสเปกวัสดุก่อสร้าง โดยล่าสุดเพื่อเป็นการเปิดกว้างในการจัดและคัดเลือกวัสดุในการก่อสร้าง สภาฯได้มีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบการสำรวจเและค้นหาวัสดุก่อสร้างผ่านระบบดิจิตอล ไดเล็คทอรี่ และเว็บไซต์ เพื่อให้สถาปัตกรรมได้เข้าถึงและมีการคัดเลือกวัสดุก่อสร้างได้สะดวกและง่ายมากขึ้น " เราต้องยอมรับว่าบุคลากรของเราขณะนี้ มีทั้งผู้ที่มีความสามารถที่จะเข้าแข่งขันหลังเปิดเสรีทางการค้า และมีทั้งในส่วนที่ยังไม่พร้อม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนระยะยาวเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสถาปัตยกรรมในประเทศให้มีความทัดเทียมกับต่างชาติให้ได้ก่อนที่เราจะเปิดเขตการค้าเสรี นอกจากนี้ การพัฒนาดังกล่าว ก็ต้องสอดคล้องกับนโยบายด้านการค้าเสรีของรัฐบาลด้วย เนื่องจากสภาสถาปนิกก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหน่วยงานของภาครัฐบาล" นายทวีจิตรกล่าว ทั้งนี้ ในการยกระดับวิชาชีพและมาตรฐานด้านสถาปัตยกรรมให้มีความเท่าเทียมมาตรฐานของต่างชาติได้นั้น นอกจากจะต้องมีการพัฒนาด้านความรู้และเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องมีการกำหนดมาตรฐานในการออกใบประกอบวิชาชีพให้กับนักศึกษาและสถาปัตยกรทั่วไปให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นด้วย ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ สภาสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปัตยกรรมฯ และสถาบันกรศึกษาได้มีการหารือร่วมกันในเบื้องต้นว่าให้มีการกำหนดมาตรฐานในการออกใบประกอบวิชาชีพให้กับนักศึกษาในสถานศึกษาที่เรียนจบ นายทวีจิตร กล่าวว่า สำหรับการหารือที่ระหว่างสามหน่วยงานดังกล่าวในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ควรมีการกำหนดมาตรฐานในการออกใบประกอบวิชาชีพ โดยกำหนดให้นักศึกษาที่เรียนจบในคณะสถาปัตยกรรมต้องผ่านเกณฑ์ การอบรม และการฝึกอบรมตามที่มีการกำหนดไว้ก่อน จึงจะมีการออกใบประกอบวิชาชีพให้ โดยสถาบันการศึกษา สมาคมสถาปนิกฯ และสภาสถาปนิก เป็นผู้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานการฝึกอบรม และการฝึกอบรมไว้ ซึ่งนักศึกษาที่ไปฝึกอบรมในบริษัทเอกชน หรือหน่วยงานราชการก่อนเรียนจบ จะต้อมีคะแนนการฝึกอบรมที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงจะสามารถออกใบประกอบวิชาชีพให้ได้ ส่วนปัญหา แรงงานบุคลากรสถาปัตยกรรมต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งอาจจะส่งผลต่อตลาดแรงงานบุคคลกรสถาปัตยกรรมในประเทศได้นั้น ในเรื่องนี้มีการควบคุมโดยกฎหมาย ที่ทางราชการออกกฎความคุมไว้อยู่แล้ว ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้เฉพาะผู้ที่มีความรู้และใบประกอบวิชาชีพในแต่ละด้าน สามารถทำงานในด้านตรงสาขา แต่หากไม่มีใบประกอบวิชาชีพด้านอื่น ก็ไม่สามรถเข้าไปทำงานในด้านนั้นๆได้ ทำให้ขณะนี้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบหรือก่อปัญหาเกิดขึ้น นายทวีจิตร กล่าวต่อถึงการจัดงานสถาปนิก 2006 ว่า จุดเด่นของงานในปีนี้ แบ่งออกเป็น3 ส่วน คือ 1.ในส่วนของการให้ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้มีนักออกแบบและสถาปนิกจากต่างชาติที่มีชื่อเสียง มาบรรยายให้ความรู้จำนวนมาก อาทิ นาย ชิการุ บัน สถาปนิกชาวญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของสถาปนิกในญี่ปุ่นขณะนี้ และยังมีนักออกแบบจากประเทศออสเตรเลีย ฯลฯ 2. ส่วนในด้านวิชาชีพ ได้มีการนำผลงานการประกวดต่างๆ ของสถาปนิกมาจัดแสดงโชว์ ในงานเพื่อให้ผู้ชมได้มีโอกาสเป็นศึกษาและหาความรู้ใหม่จากแนวคิดในการออกแบบด้วย และ 3.คือภาคประชาชนทั่วไป การจัดสัมมนาต่างๆ ในงาน อาทิ วิธีการตกแต่งบ้าน ทาวน์เฮาส์ วิธีการตรวจรับบ้านก่อนรับโอนบ้าน ฯ ด้านนาย ชาตรี มรรคา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า งานสถาปนิค2006 ในปีนี้ มีการขยายเพิ่มพื้นที่การจัดงาน20% และคาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมออกบูทแสดงสินค้าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยในปีนี้ มีพื้นที่การจัดงานถึง 60,000 ตารางเมตร และมีผู้ออกบูทแสดงสินค้าและนิทรรศการภายในงานสูงถึง 700 ราย ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีผู้เข้ามาชมงานในปีนี้มีจำนวนประมาณ 250,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวนการเข้าชมจากประชาชนทั่วไปประมาณ 200,000 ราย ซึ่งในงานนี้จะแบ่งออกเป็น 3 โซนประกอบด้วย โซน วิชาการ ซึ่งสมาคมสถาปนิกฯ สถาบันการศึกษา จะเป็นผู้จัดนิทรรศการ โดยมีจำนวนมากออกนิทรรศการประมาณ 50 แห่ง โซนแสดงสินค้า เป็นโซนการแสดงสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ ของผู้ประกอบการโดยจะมีการออกบูทแสดงสินค้าประมาณ สุขภัณฑ์ 100ราย กระเบื้อง 60 ราย วัสดุตกแต่ง 200 ราย หลังคา 100 ราย ฯลฯ ส่วนในโซนสุดท้ายจะเป็นโซน การจัดประชุมและสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมงาน สำหรับค่าออกบูทในงานครั้งนี้ มีการจัดเก็บค่าตั้งบูทตารางเมตรละ 8,000 บาทต่อตารางเมตร
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|