เผยแรงงานบาดเจ็บ 1 คนในทุกๆ 4 นาที : SIAMHRM.COM

เผยแรงงานบาดเจ็บ 1 คนในทุกๆ 4 นาที




                  อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ มีแรงงานได้รับอันตรายจากการทำงาน 1 คนทุก 4 นาที วอนเห็นความสำคัญของการใช้เครื่องป้องกัน ด้านอธิบดีกรมสุขภาพจิตแนะนายจ้าง ลูกจ้าง หันหน้าเข้ากัน ปรับตัวรับภาวะน้ำมันแพง เรียกร้องรัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือ ก่อนเครียดเรื้อรัง ระบุไฮโซซื้อกระเป๋าใบละ 1 ล้านบาท กระเทือนใจคนจน วอนเป็นต้นแบบประหยัด
       

       
       นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปีที่ผ่านมามีผู้ประสบอันตรายจากการทำงานในภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม 215,000 ราย เฉลี่ย 4 นาที มีผู้ได้รับอันตรายจากการทำงาน 1 คน โดยได้รับอันตรายจากพิษตะกั่ว สารทำละลายหรือโซลเวนต์ โรคปอดซิลิโคซิส และบิสซิโนซิสจากการทำงานในโรงโม่หิน โรงงานเซรามิก โรคปอดแอสเบสตอสในคนงานทำเหมืองยิปซัม นอกจากนี้ ยังได้รับอันตรายจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรคเหล่านี้พบไม่มาก คาดว่าจำนวนจริงจะสูงกว่านี้ เนื่องจากโรคเหล่านี้ต้องได้รับสารเคมีสะสมเป็นเวลานาน 10-15 ปี จึงจะแสดงอาการหรือแพทย์วินิจฉัยได้ ดังนั้น ควรป้องกันด้วยการใช้อุปกรณ์ป้องกัน หน้ากาก เสื้อผ้า เครื่องกรอง ทำความสะอาดร่างกาย ควรจัดสวัสดิการให้แรงงานได้ตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
       
       นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ถึงความเครียดของประชาชนในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากราคาของน้ำมันแพงว่า ในภาวะเช่นนี้คนวัยทำงานที่มีรายได้ประจำได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย เพราะผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกระทบต่อค่ารถ ค่าอาหารซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้ต้องมีการปรับตัวจากเดิมอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำมันแพงไม่กระทบเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ยังมีผลกระทบต่อหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางออกเพื่อลดความเครียด รัฐบาลจะต้องช่วยเหลือ เช่น ด้านสวัสดิการ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่าย ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดความเครียดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ จึงยังไม่เห็นการประชุมหามาตรการช่วยเหลือ หากมีรัฐบาลชุดใหม่ คงจะมีการประชุมเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
       
       นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า นอกจากภาครัฐที่ต้องช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานแล้ว ผู้ที่อยู่ในฐานะพอช่วยเหลือผู้อื่นได้ เช่น นายจ้าง เจ้าของโรงงาน ควรเข้าไปช่วยเหลือแรงงานให้สามารถอยู่ได้ บางแห่งที่ไม่สามารถเพิ่มค่าแรงให้ได้อาจจัดสวัสดิการเพิ่ม เช่น อาหารกลางวัน ค่าเดินทาง ส่วนสถานประกอบการที่ประสบปัญหาด้านการเงิน ธุรกิจท่าจะไปไม่รอด ขอให้นายจ้างและลูกจ้างหารือกัน การลดค่าจ้างบางส่วนดีกว่าตกงาน เพราะปัจจุบันหางานค่อนข้างยาก ส่วนคนในครอบครัวต้องช่วยกันลดรายจ่าย ส่วนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับบางคนทำได้ยาก แต่คนส่วนใหญ่จะปรับตัวได้ เช่น การนั่งรถเมล์แทนการขับรถส่วนตัวเมื่อมีความจำเป็น กลุ่มผู้มีชื่อเสียงในสังคมควรเป็นแบบอย่างในการประหยัด ควรงดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น กระเป๋าแบรนด์เนมใบละ 1 ล้านบาท เพราะกระทบจิตใจของคนยากจน อีกทั้งดารานักแสดง นักร้อง ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรเป็นต้นแบบของการประหยัดด้วย
       
       “ในสภาวะสังคมปัจจุบัน ทางกรมสุขภาพจิตจะร่วมกับสวนดุสิตโพลสำรวจความสุขของคนไทยในภาวะน้ำมันแพง ในประเทศตะวันตกผลการสำรวจพบว่า ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัวแต่ระดับความสุขกลับไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งการสำรวจสภาวะความสุขของ World Values Survey Published by the University of Michigan ในปี 2005 เผยแพร่ในนิตยาสารไทม์ พบว่า ในแถบเอเชียประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประชากรมีความสุขสูงสุดมากกว่าประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน และประเทศไทย เนื่องจากประชากรมองโลกในแง่ดี ยอมรับภาวการณ์ในประเทศได้” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM