|
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25-29 เมษายน ที่ผ่านมา นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี อธิบดีกรมการจัดหางานและคณะ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
ตามคำเชิญของสมาคม IMM ร่วมหารือเพื่อขยายตลาดแรงงานไทยในระดับกลาง รวมทั้งสร้างเครือข่ายรองรับการถ่ายโอนความรับผิดชอบการดูแลผู้ฝึกงานไทยในญี่ปุ่น ซึ่งผลจากการขยายตลาดแรงงานในครั้งนี้ปรากฏว่า สถานประกอบการญี่ปุ่นมีความต้องการรับผู้ฝึกงานไทยเพิ่มขึ้น ทั้งในกลุ่มสถานประกอบการที่ใช้ผู้ฝึกงานอยู่เดิมและสถานประกอบการรายใหม่ เนื่องจากผู้ฝึกงานไทยขยันทำงานและไม่หนีนายจ้าง อยู่ในระเบียบวินัยดีมาก
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือร่วมกับองค์กร J-WEC (Japan Enterprise Welfare Co-operative)ซึ่งเป็นสหกรณ์ของสถานประกอบการในญี่ปุ่น มีสมาชิกว่า 2,600 แห่ง และสามารถรับผู้ฝึกงานที่เป็นช่างฝีมือไปทำงานในประทศญี่ปุ่น เพื่อให้องค์กรนี้สามารถรองรับและถ่ายโอนผู้ฝึกงานให้แก่กันได้ กรณีเกิดปัญหากับกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่น ต่างฝ่ายก็จะสามารถรับผิดชอบผู้ฝึกงานได้โดยไม่ต้องถูกส่งกลับ เมื่อองค์กรใดองค์กรหนึ่งถูกระงับการอนุญาตดำเนินการกรณีนายจ้างให้คนทำงานผิดจากที่ขออนุญาต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอเพิ่มวัตถุประสงค์ให้รับผู้ฝึกงานที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนได้ หากได้รับการอนุญาต ทาง IMM และJ-WEC ก็จะเป็นพันธมิตรในการถ่ายโอนผู้ฝึกงานทั้งผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นและผู้ที่กำลังอบรมก่อนเดินทาง กรณีองค์กรใดองค์กรหนึ่งถูกลงโทษฐานไม่ดูแลคนงาน และภายหลังจากสององค์กรนี้ดำเนินการบันทึกข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ก็จะประชุมสามฝ่าย คือ ไทย IMM และJ-WEC และลงนามบันทึกความเข้าใจต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้คนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นเพื่มขึ้นอีกเท่าตัว ขณะนี้ IMM สามารถรับได้ปีละ 1,000 คน ไทยก็จะได้รับประโยชน์ที่จะมีช่างฝีมือเพื่มขึ้น และผู้ฝึกงานก็ไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ นอกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัว
จากการหารือกับผู้บริหารสถานประกอบการ บริษัท NISSHIN KAKO และบริษัท AKTOH CORPORATION ซึ่งมีสาขาในประเทศไทย และเยี่ยมผู้ฝึกงานไทย พบว่า ผู้ฝึกงานมีสภาพการทำงานตามเงื่อนไขระบบการฝึกงานคือ ได้ทำงานและเรียนรู้ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรียนรู้ด้านภาษาญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริหารสถานประกอบการมีความพอใจในการฝึกอบรมก่อนเดินทางที่กรมการจัดหางานร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานดำเนินการ ตลอดจนคุณภาพฝีมือของผู้ฝึกงานไทย และแจ้งว่าจะรับผู้ฝึกงานเข้าทำงานในบริษัทสาขาที่ประเทศไทยด้วย
นายสมศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า จากผลสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนความต้องการผู้ฝึกงานไทยเพื่มขึ้นในปี 2549 ซึ่งกรมการจัดหางานได้รับสมัครคัดเลือกคนหางานไปแล้ว 1 ครั้ง มีผู้สมัคร 483 คน ผ่านการคัดเลือก จำนวน 191 คน เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว จำนวน 178 คน ซึ่งจะเดินทางไปรุ่นแรก จำนวน 90 คน ประมาณ เดือนกรกฎาคมศกนี้ และจากปริมาณความต้องการผู้ฝึกงานไทยที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนหางานที่เหลืออยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างการฝึกอบรมมีจำนวนไม่เพียงพอ จึงได้เปิดรับสมัครอีกเป็นครั้งที่ 2 ปรากฏว่ามีผู้สมัคร จำนวน 636 คนโดยส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจบการศึกษาระดับ ปวส. ซึ่งสาขาช่างไฟฟ้าเป็นสาขาที่สถานประกอบการ/นายจ้าง มีความต้องการเป็นจำนวนมาก
แหล่งข่าว ; หนังสือพิมพ์ไทยโพส |