|
แรงงานเหนือเสนอรัฐพัฒนาสิทธิ-ยกระดับความปลอดภัย
|
| เชียงใหม่ : เครือข่ายแรงงานเหนือยื่นข้อเสนอจับมือภาครัฐเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยโรงงานเคเดอร์ แนะตั้งคณะทำงานส่วนภูมิภาคเพิ่มแพทย์วินิจฉัยโรคเฉพาะทาง ฝ่ายแรงงานจังหวัดขานรับข้อเสนอพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน วานนี้ (10 พ.ค.2549) เครือข่ายแรงงานภาคเหนือได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลรักษาการ ผ่านทางนายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยและสวัสดิการของแรงงานไทยทั้งในและนอกระบบ โดยระบุว่าที่ผ่านมายังไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง นายพงษธร จันทร์เลื่อน ตัวแทนกลุ่มแรงงานภาคบริการองค์กรเอ็มพลัส กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการหาทางออกให้แรงงานไทยอยู่ดี กินดี มีความสุข รวมถึงลดความเสี่ยงจากอันตรายในการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งนโยบายของภาครัฐเป็นตัวแปรสำคัญยิ่งที่จะทำให้สภาพดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ที่ผ่านมา รัฐกับใช้กฎหมายแรงงานที่มีข้อบกพร่อง และมองข้ามแรงงานบางกลุ่มมาเป็นตัวชี้ขาดโดยลืมการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน ดังนั้นสวัสดิการของรัฐที่พึงให้ประชาชนจึงเป็นเพียงอุดมคติ นายพงษธร กล่าวเสริมว่า “หลังจากกรณีโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ ทำให้มีแรงงานหญิงเสียชีวิตถึง 188 คน เมื่อ 13 ปีก่อน ได้ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของคณะกรรมการเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย โดยมีผู้นำแรงงานองค์กรพัฒนาเอกชนและนักวิชาการจัดตั้งเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ เพื่อให้เห็นความสำคัญของการสูญเสียทรัพยากรครั้งประวัติศาสตร์ของไทยที่เกิดจากความประมาทของมนุษย์ด้วยกันเอง ด้วยเหตุนี้จึงถึงเวลาที่นายจ้าง และหน่วยงานของภาครัฐควรให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความปลอดภัยของแรงงานมากขึ้น” น.ส.ทันตา เลาวิลาวัณยกุล ตัวแทนจากศูนย์พิทักษ์สิทธิหญิงบริการเชียงใหม่ หรือ Empower กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่แรงงานภาคบริการกำลังเผชิญอยู่ เริ่มขึ้นตั้งแต่ไม่ได้รับค่าจ้างเต็มอัตรา ไม่เป็นที่ยอมรับเหมือนอย่างแรงงานคนอื่นๆ อีกทั้งยังไม่ได้รับสวัสดิการและความปลอดภัยจากการทำงานตามเหมาะสม อย่างกรณี เพื่อนที่ทำงานถูกข่มขื่นแทนที่เขาจะได้รับความเป็นธรรม กลับถูกตำรวจจับฐานแรงานผิดกฎหมาย ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับแรงงานหญิงตามสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่พึงมี ในช่วงท้ายของจดหมายเปิดผนึก เครือข่ายแรงงานภาคเหนือได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการในส่วนภูมิภาคที่องค์ประกอบของคณะกรรมการในสัดส่วนที่เท่ากัน คือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง องค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงาน คนงานและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำงาน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยในระดับภูมิภาคและระดับนโยบายพร้อมกันไป ด้วยโดยมีเงื่อนไขจัดให้มีแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวอนามัยสำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ทั้งนี้ ต้องมีกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านชีวอนามัยในสถานประกอบการต่างๆ อีกทั้งจัดให้มีสวัสดิการและการประกันสังคมให้กับคนงานทุกสาขาอาชีพอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติ และมีมาตรการตรวจสอบควบคุมคุณภาพของสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงภัยต่อคนงานอย่างจริงจัง ประกอบให้มีการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของคนงานและชุมชนในระดับประเทศ โดยเป็นองค์กรอิสระซึ่งมีองค์ประกอบสัดส่วนเท่าเทียมกัน เช่น แรงงานผู้ได้รับผลกระทบ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเกชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ด้านนายนาคร มุกุระ เจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เรื่องอาชีวะอนามัยเป็นหัวข้อหนึ่งที่กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญอยู่แล้ว ดังนั้นตนจะเป็นตัวแทนประสานงานกับองค์กรด้านอาชีวอนามัย กระทรวงแรงงาน สาธารณสุข และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงานให้เข้ามาดูแล และร่วมแก้ไขปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยในสถานประกอบการตามข้อเสนอของเครือข่ายแรงงานภาคต่อไป อนึ่ง จากรายงานสรุปสถานการณ์แรงงานปี 2548 (มกราคม –ธันวาคม) ของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ภายในปี 2548 มีผู้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานรวมทั้งสิ้น 214,205 ราย โดยพบการเจ็บป่วยจากการทำงานในสถานประกอบการขนาดกลาง (มีลูกจ้าง200-499 คน) มากที่สุด ส่วนสาเหตุในการประสบอันตรายนั้นจะพบว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากวัตถุหรือสิ่งของตัด บาด ทิ่มแทง โดยมีจำนวน 51,882 หรือคิดเป็นร้อยละ 24.9 รองลงมาคือวัตถุสิ่งของกระแทกชน จำนวน 36,412 ราย คิดเป็นร้อยละ 17 และสุดท้ายคือสารเคมีกระเด็นเข้าตา มีจำนวน 36,105 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ16.86
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|