นายสือ ล้ออุทัย เลขาธิการสถิติแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมประจำปี 2549 เรื่องสถิติกับการพัฒนาประเทศ ว่า จากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 49 (ม.ค.-มี.ค. 49) มีประชากรผู้ทำงานจากภาคอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนงานมาอยู่ในภาคเกษตรกรรมจำนวนมาก เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพียงพอที่จะทำไร่ ทำนาได้ รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผู้ประกอบการต้องลดอัตราการจ้างแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะในสาขาการผลิตอาหาร, เครื่องจักรและสาขาโรงแรมและภัตตาคารที่มีแนวโน้มจะลดการจ้างแรงงานลงอีก
“จากการดูตัวเลขภาวะทำงานในช่วง 3 เดือนพบว่า การว่างงานจะลดลงจากช่วงปีก่อนทั้งๆ ที่เศรษฐกิจในปี 49 จะประสบปัญหารุมเร้าต่างๆ มากมาย ดังนั้น จึงให้เจ้าหน้าที่ดูตัวเลขและวิเคราะห์ สาเหตุใหม่ แต่ก็พบว่าอัตราการจ้างงานในภาคเกษตรกรรมกลับเพิ่มขึ้นมาก แต่ภาคอุตสาหกรรมมีการจ้างงานต่ำลง ซึ่งสรุปได้ว่าแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมออกจากงานแล้วหันมาทำไร่ ทำนามากขึ้น”
นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายและหนี้สินของครัวเรือนไทยในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีอัตราที่ขยายตัวสูงกว่ารายรับครัวเรือน ซึ่งมีสาเหตุมาจากประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาล เช่นกองทุนหมู่บ้าน.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ