นายจ้าง บ่นปรับค่าจ้างขึ้นอีกรับไม่ได้ อัดรัฐประชานิยม ทำนักลงทุนต่างชาติหนี ถามกลับนายจ้างเจ๊งทั่วประเทศใครจะรับผิดชอบ ด้าน "สมศักดิ์" ขอเวลา 2 สัปดาห์สรุปค่าจ้าง
นายสมพงษ์ นครศรี ประธานกิตติมศักดิ์และสมาชิกสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมไทย ในฐานะคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ฝ่ายนายจ้าง เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายจ้างเองก็ประสบปัญหามากอยู่แล้ว เนื่องจากภาวะน้ำมันแพง ดอกเบี้ยก็กำลังจะขึ้น จำเป็นต้องลดกำลังการผลิต ลดวัตถุดิบ กำลังซื้อก็ลดลง ขาดทุน แล้วถ้ารัฐบาลปรับค่าจ้างขึ้นไปอีก ก็จะเป็นการเพิ่มภาระขึ้นอีกมากนายจ้างตายแน่ๆ
"คนที่พูดว่าจะขึ้นให้ อยากถามว่ารู้ระบบโครงสร้างค่าจ้างบ้างหรือเปล่า จะทำเพื่อประชานิยมอย่างเดียว มันไม่เข้าเรื่อง ทั้งๆ ที่ปรับขึ้นไปแล้วเมื่อต้นปี 1-6 บาท ปีที่แล้วก็ขึ้น 2 ครั้ง 9 บาทซึ่งถือว่าขึ้นให้สูงกว่าเงินเฟ้อและคัพเวอร์ทุกอย่างแล้ว ตอนนี้บอกเลยว่านายจ้างจะบ้าตายอยู่แล้ว นักลงทุนต่างชาติหลายคน เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ก็จะหนีไปลงทุนที่อื่นหมดแล้วต่างบ่นกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยเจอระบบค่าจ้างที่รัฐบาลเข้ามายุ่งถึงขนาดนี้ เป็นระบบการเมืองชัดๆ เพราะว่าขึ้นไปรัฐบาลเองไม่ใช่เป็นคนเสียหาย หาเสียงอย่างเดียวมันไม่ได้" นายสมพงษ์กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลปรับขึ้นอีกครั้งกลางปีนี้แน่นอนว่าจะมีอีกหลายกิจการที่แบกรับภาระหนักอยู่แล้วเลิกกิจการแล้วถามกลับว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบ รัฐบาลเคยฟังความเห็นจากกลุ่มนายจ้างบ้างหรือเปล่า และอยากถามต่อไปอีกว่ารัฐบาลขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งรองรับคนที่เข้ามาทำงานใหม่ปีหนึ่งประมาณ 300,000 คนแล้วคนทำงานอยู่ในระบบอยู่แล้วประมาณ 8.5 ล้านคน รัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร
ด้านนายสุวิทย์ ดาราสิชฌน์ กรรมการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและพาณิชย์ไทย และกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า นายจ้างทุกกิจการไม่เห็นด้วยการขึ้นค่าจ้าง เพราะวันนี้ ธุรกิจขนาดเล็กต้องประสบปัญหาแทบอยู่ไม่ได้แล้ว หากต้องนำปรับค่าจ้างอีก อาจส่งผลให้ปิดกิจการ ที่สำคัญจะต้องคำนึงถึงการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติด้วย เนื่องจากจะมีฐานการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ย้ายฐานไปที่จีนและเวียดนาม เพราะมีฐานการผลิตที่ต่ำกว่า เป็นผลให้สินค้าไทยขายสู้ไม่ได้ ในอนาคตจะส่งผลให้ธุรกิจการลงทุนถดถอย
"เข้าใจดีว่ารัฐบาลต้องการหาเสียง แต่คนที่จ่ายเงินคือนายจ้าง ยืนยันการเมืองไม่สามารถมาบีบบอร์ดค่าจ้างกลางได้แน่ ปีนี้มีเหตุปัญหาน้ำมันแพงทำให้กรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้างขอให้ชะลอขึ้นค่าจ้างไปก่อน ซึ่งฝ่ายลูกจ้างก็เข้าใจดี เพราะถ้าขึ้นตอนนี้การเลิกจ้างจะสูง ดังนั้น ขอให้นายจ้างและสถานประกอบการช่วยกันพยุงราคาเดิมก่อน" นายสุวิทย์กล่าว
ขณะที่ รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศธร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึง การบริหารงานในกองทุนประกันสังคม ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความโปร่งใสและใช้เงินผิดวัตถุประสงค์จนกระทั่งองค์กรแรงงานนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ว่า แนวทางแก้ไขคือ ต้องตัดข้าราชการประจำและนักการเมืองออกไป โดยทำเป็นองค์กรมหาชน หรือองค์กรอิสระ แม้แต่เงินสมทบที่เอามาจากรัฐบาลก็ไม่ต้องเอาแล้ว เพราะมีความเข้มแข็งพอ ดังนั้น ควรทำให้เป็นระบบทวิภาคี จ้างมืออาชีพเข้ามาบริหารงาน
แหลงข่าว : กรุงเทพธุรกิจ