แรงงานเกษตรไทยยอดฮิต อิสราเอลจ้างกว่าร้อยละ90
14 มิถุนายน 2549 กองบรรณาธิการ
นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า อิสราเอลอนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติใน 4 ประเภทกิจการ คือ ภาคเกษตร การก่อสร้าง งานบริการ
(ดูแลคนชราและผู้พิการ) และอุตสาหกรรมบริการและร้านอาหาร โดยอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานในอิสราเอลได้ 5 ปี ต่อวีซ่าปีต่อปี ซึ่งจะนับติดต่อกันตั้งแต่เดินทางไปทำงานครั้งแรกในอิสราเอลไม่ว่าจะทำงานกับนายจ้างรายใด ยกเว้นดูแลคนชราและคนพิการ สามารถทำงานได้ไม่เกิน 5 ปี หากนายจ้างต้องจ้างต่อไป โดยทางการอิสราเอลอนุญาตให้ทำงานกับนายจ้างนั้นจนกว่านายจ้างจะเสียชีวิต จึงจะให้เปลี่ยนนายจ้างหรือเดินทางกลับประเทศ โดยจะได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับการทำงานเต็มเวลา 186 ชั่วโมงต่อเดือน คือ 3,335.18 เซคเกล
กฎหมายอิสราเอลอนุญาตให้นายจ้างหักเงินจากค่าจ้างแรงงานต่างชาติได้ ในกรณีของการหักภาษีเงินได้ สำหรับค่าธรรมเนียมหรือภาษีการจ้างแรงงานต่างชาติ นายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและจะหักเงินส่วนนี้จากค่าจ้างไม่ได้ แต่นายจ้างสามารถหักเงินค่าจ้างได้จากการประกัน เช่น ประกันสุขภาพ ซึ่งนายจ้างต้องทำประกันสุขภาพกับบริษัทเอกชนให้ลูกจ้างต่างชาติตลอดเวลาที่ทำงานกับตนเองในประเทศอิสราเอล และการประกันในกรณีบาดเจ็บจากการทำงาน นายจ้างเสียชีวิต หรือบริษัทนายจ้างล้มละลาย ซึ่งแรงงานต่างชาติจะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
สำหรับสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลขณะนี้ มีแรงงานไทยทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ประมาณ 26,650 คน โดยส่วนใหญ่ทำงานภาคเกษตร จำนวน 25,550 คน ซึ่งถือครองตำแหน่งงานในสาขานี้ที่อิสราเอลกว่า 90% รองลงมาเป็นภาคบริการร้านอาหารและโรงแรม ประมาณ 1,000 คน ซึ่งถือครองตำแหน่ง Chef และ Cook มากที่สุดในอิสราเอลกว่า 90% ภาคก่อสร้าง ประมาณ 100 คน และดูแลคนชราหรือคนป่วยประมาณ 50 คน มีรายได้ส่งกลับประเทศประมาณ 600 ล้านบาทต่อเดือน
นายจุฑาธวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า คนหางานที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศควรศึกษาถึงชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีและข้อกฎหมายของประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องตรวจสอบข้อมูล ผลดี ผลเสียให้รอบคอบก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพส