| ศูนย์ข่าวศรีราชา -เอสซีซี ฯ บริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน โรงงาน และงานเหล็กรายใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก บุกตลาดต่างประเทศ หลังพบผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลก เร่งขยายกำลังผลิตรับความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ส่งผลความต้องการแรงงานฝีมือและบริษัทรับเหมา คุณภาพขาดแคลนหนัก นายบุญเครือ เขมาภิรัตน์ กรรมการผู้จัดการ SCC CONSTRUCTION (1994) co.,LTD บริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน โรงงาน และงานเหล็กรายใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า หลังความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกมีสูงขึ้น จนส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันออกกลาง ต่างเร่งขยายโรงกลั่นเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลให้ความต้องการใช้แรงงานฝีมือและบริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน และโรงแยกแก๊ส คุณภาพเป็นที่ต้องการอย่างมาก เช่นเดียวกับ SCC CONSTRUCTION (1994) co.,LTD ที่ได้รับการติดต่อจาก JGC CORPORATION บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ให้นำพนักงานของบริษัทฯ เดินทางไปทำงานในโครงการ DOLPHIN PROJECT ซึ่งเป็นโรงแยกแก๊สที่มีมูลค่าลงทุนถึง 1 แสนล้านบาท ในประเทศกาต้าร์ ภายใต้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 7 เดือน ซึ่งการรับเหมา ก่อสร้างโครงการนี้ จะทำให้บริษัทฯ มีรายได้จากการทำงานไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท "ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ทั้งไทยออยส์ ปตท. เอสโซ่ ต่างก็เร่งขยายพื้นที่โรงกลั่นเพื่อเพิ่มกำลังผลิตกันทั้งสิ้น ทำให้ขณะนี้แรงงาน ในส่วนการก่อสร้างโรงกลั่นขาดแคลนอย่างหนัก แม้แต่ในส่วนของอุปกรณ์เหล็กรวมถึงเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง ก็ผลิตไม่ทันทำให้มีราคาแพงตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงกลั่นล้วนมีงานกันล้นมือ ในส่วนของ SCC เองก็ได้รับการติดต่อให้ก่อสร้างโรงกลั่นอีกหลายแห่ง แต่เราต้องปฏิเสธไป ตอนนี้ที่เรารับทำอยู่จึงมีเพียงโรงงานของไบเออร์ โรงงานเบียร์ช้าง ที่จังหวัดกำแพงเพชร และโรงงานเบียร์สิงห์ ที่ขยายไปยังจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะทำให้เรามีรายได้อีกไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท " นายบุญเครือ ยังเผยถึงผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ในส่วนการก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ ทำให้บริษัทมีแผนที่จะนำแรงงานจากประเทศลาวและกัมพูชา เข้ามาฝึกฝีมือเสริมทัพแรงงานไทย ขณะเดียวกันในส่วนของแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศกับบริษัท บริษัทฯ จะไม่เรียกเก็บค่านายหน้าในการทำงานเช่นเดียวกับบริษัทนายหน้าค้าแรงงานอื่นๆ ทั้งนี้เพราะการรับงานในต่างประเทศ บริษัทฯ ย่อมได้ค่าตอบแทนจากการทำงานอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเรียกเก็บค่านายหน้าจากแรงงานไทยด้วยกัน ที่สำคัญยังเป็นการช่วยเหลือแรงงาน ให้สามารถลืมตาอ้าปากได้จากการมีรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างค่านิยมที่ดี ให้แก่บริษัทรับเหมา แรงงานไปทำงานในต่างประเทศ ที่เมื่อประมูลงานได้แล้วจะได้ค่าจ้างจากบริษัทเจ้าของงาน และที่ผ่านมายังเรียกเก็บค่าหัวคิวในการทำงานกับคนไทยด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบคนยากจน ก่อนหน้านี้ SCC CONSTRUCTION (1994) co.,LTD เพิ่งเสร็จสิ้นงานก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก "อินโดราม่า" ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง มีรายได้จากการทำงานถึง 400 ล้านบาท และในปีหน้ายังได้รับการติดต่อจากกลุ่มเอ็กซอน ประเทศสิงคโปร์ ให้เข้าไปก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีมูลค่าโครงการกว่าแสนล้านบาท เช่นเดียวกับโรงกลั่นน้ำมันของกลุ่มเซลล์ ที่ติดต่อ ให้เข้าไปดำเนินการขยายโรงกลั่นที่ประเทศสิงคโปร์เช่นกัน "ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโรงกลั่น โรงแยกก๊าซในอีก 5 ปีข้างหน้าก็ยังเติบโตอยู่ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ในอนาคตเราจึงมีแผนที่จะนำบริษัทเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัทฯ เพราะในอนาคตเราก็ต้องขยายตัวเพื่อรับงานที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ขณะนี้เราต้องแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานฝีมือก่อน โดยงานที่จะไปทำที่ประเทศกาต้าร์ ต้องใช้แรงงานไทยถึง 1.2 พันคน และขณะนี้เราส่งล็อตแรกไปแล้ว 250 คนและในเดือนหน้าจะส่งไปอีก 200 คน และจะดูอีกว่ายังขาดแรงงานอีกเท่าไร เพื่อจะส่งไปทำงานในล็อตสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดเราออกค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก และอาหารให้ โดยไม่หักค่าหัวคิวกับแรงงานแม้แต่รายเดียว " นายบุญเครือ ยังเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2548 ว่า มีรายได้จากการก่อสร้างโรงงาน และโรงกลั่นทั้งในและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จากการดำเนินงานอีกไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาทเช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทฯ จะมุ่งรับงานก่อสร้างโรงกลั่นในต่างประเทศมากกว่าในประเทศไทย
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |