ยันจุดขาย‘ค่าแรงต่ำ’จีนยังไม่ตก ดึงต่างชาติลงทุนถึงทศวรรษหน้า : SIAMHRM.COM

ยันจุดขาย‘ค่าแรงต่ำ’จีนยังไม่ตก ดึงต่างชาติลงทุนถึงทศวรรษหน้า


    

ทอมเน็ต 23/06/06 หลายฝ่ายประสานเสียงยันจุดขายแรงงานจีนยังไม่ตก ค่าแรงยังต่ำไปถึงทศวรรษหน้า แม้แต่ในอุตสาหกรรมเทคนิคชั้นสูง นักลงทุนชมคนงานจีนเรียนรู้งานไว รู้จักอดทน ส่งผลจีนได้เปรียบดึงต่างชาติลงทุนอีกนาน ยังเตือนให้ระวังอินเดียจะเป็นคู่แข่งตัวเอ้ในอนาคต

ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจ ค่าเงินที่แข็งขึ้น ตลอดจนแนวโน้มค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ขณะนี้จุดขายของแรงงานจีนที่เคยเป็นต้นทุนราคาถูกกำลังจะค่อยๆหมดไป ยกตัวอย่าง ค่าแรงในโรงงานทอผ้าในจีนเฉลี่ย 0.69 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ขณะที่ค่าแรงในแถบประเทศเอเชียอาคเนย์เฉลี่ยเพียง 0.40 เหรียญฯ นอกจากนี้ ในจำนวนอาชีพ 42 แขนงในจีน มีสัดส่วนถึง 95% ที่มีรายได้เฉลี่ยยังสูงกว่าในอินเดีย

อย่างไรก็ตาม บทความจาก ‘พีเพิลเน็ต’ สื่อออนไลน์ของหนังสือพิมพ์เหรินหมินยื่อเป้า ได้อ้างรายงานจากศูนย์วิจัยเพื่อการผลิตของญี่ปุ่น ระบุว่า ค่าแรงจีนต่อต้นทุนการผลิตรวมคิดเป็นสัดส่วน 3.5% ขณะที่ค่าแรงของกลุ่มประเทศในเอเชียมีสัดส่วน 4%

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ค่าแรงจีนยังคงต่ำกว่าในประเทศเอเชีย ทำให้จีนยังมีข้อได้เปรียบดึงดูดนักลงทุนได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ รายงานยังระบุว่า ข้อได้เปรียบดังกล่าวยังปรากฏในภาคการผลิตด้านเทคโนโลยีชั้นสูงด้วย

ดร.หลิวเหยียน อดีตประธานสมาพันธ์วิศวกรจีนแห่งซิลลิคอลวัลเลย์สหรัฐอเมริกา เผยว่า เขาเคยได้รับเชิญจากบริษัทด้านฟิสิกส์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯมาทำงานวิจัยในอู่ฮั่น คณะทำงานของเขาประกอบด้วยดอกเตอร์และผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาโทกว่า 10 คน บริษัทดังกล่าวจ่ายค่าจ้างเป็นเงิน 150,000 หยวน/คน/ปี ขณะที่เขารับทำงานในสหรัฐฯด้วยตัวเลขค่าจ้างเท่ากันแต่หน่วยเป็นเหรียญสหรัฐ

“ข้อได้เปรียบด้านค่าแรงต่ำของจีนจะยังคงรักษาระดับไปได้อีก 10 – 20 ปี อย่างต่ำ 10 ปี จุดเด่นอันนี้คงไม่มีวันหายไปจากประเทศจีน” เปาหมิงหัว รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคแห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมิน กล่าว

หวงมั่นลี่ ผู้รับผิดชอบเขตเอเชียแห่งบริษัทเครื่องแต่งกายชั้นนำของสหรัฐฯ กล่าวว่า “หากไม่เป็นเพราะระบบโควตา บริษัทเราคงตั้งโรงงานแปรรูปประจำเขตเอเชียไว้ในจีนทั้งหมด เนื่องจากแรงงานจีนมีวิธีผลิตที่คุ้มกว่า ผ้าพับเดียวคนงานจีนสามารถตัดเสื้อออกมาได้ 10 ตัว ขณะที่คนงานเวียดนามตัดเสื้อออกมาได้ 8 ตัว แต่ในมองโกลตัดได้เพียง 6 ตัว”

ทั้งนี้ บริษัทของหวงมีโรงงานที่จีน มองโกล เวียดนามและมาเลเซียรวมทั้งสิ้น 8 แห่ง โดย 4 โรงตั้งอยู่ในประเทศจีน ซึ่งสินค้าทั้งหมดส่งไปขายยังสหรัฐฯ หวงมั่นลี่ย้ำถึงศักยภาพแรงงานจีนจากประสบการณ์ว่า “คนงานจีนเรียนรู้งานไว โดยเฉพาะคนงานหญิงในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ฝึกหัดไประยะหนึ่งก็สามารถขึ้นเป็นแรงงานฝีมือได้ ทั้งยังมีความพยายามและรับผิดชอบสูงกว่าคนงานที่อื่นๆ”

แม้แต่นักลงทุนไต้หวันรายหนึ่งในเขตเศรษฐกิจแยงซี ยังกล่าวชมคนงานจีนแผ่นดินใหญ่ในโรงงานผลิตด้านอิเล็กทรอนิกส์ของตน ว่า “ส่วนงานที่สำคัญๆในสายการผลิตอาศัยคนหนุ่มสาวทั้งหมด พวกเขาเอาจริงเอาจังมาก แม้ว่าระดับการศึกษาจะไม่สูง แต่รู้จักอดทนต่อความยากลำบาก ต่างจากหนุ่มสาวไต้หวันอย่างมาก”

อย่างไรก็ตาม บทความย้ำว่า สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ จุดขายดังกล่าวกำลังเผชิญกับการแข่งขันจากแรงงานในกลุ่มประเทศเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ เช่นอินเดียซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญในตลาดทุนต่างชาติของจีน

ทั้งนี้ รายงานของบริษัท Mercer Human Resource Consulting แห่งสหรัฐฯ ชี้ว่า อินเดียมีข้อได้เปรียบอยู่ที่จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก มีแรงงานสำรองวัยหนุ่มสาวมากกว่าจีน ซึ่งคาดว่า ในปี 2030 ปริมาณแรงงานกลุ่มนี้ในอินเดียจะสูงเกินกว่าในจีน ทั้งยังมีทักษะภาษาอังกฤษดี

หนังสือพิมพ์ ‘วิเคราะห์ข่าวรายวัน’ ของอินเดียยังเคยระบุว่า ช่องว่างของกำลังการผลิตระหว่างจีนและอินเดียกำลังค่อยๆหดลง ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากแรงงานจีนไม่สามารถตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพและเทคนิคที่สูงกว่า ซึ่งอินเดียมีศักยภาพในการพัฒนาด้านนี้อยู่มาก

ทั้งนี้ ท้ายบทความสรุปว่า จีนควรมีการปรับโครงสร้างแรงงานเพื่อสอดรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมุ่งเน้นแรงงานที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อรับประกันว่า ในอนาคตจีนจะไม่ขาดแคลนแรงงานคุณภาพสูงในสาขาดังกล่าว แม้ว่าจะต้องสูญเสียข้อได้เปรียบด้านต้นทุนค่าแรงต่ำไปก็ตาม .

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM