|
นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเผยว่า กรมฯ ได้รับแจ้งจากสถานีวิทยุ จส.100
ว่ามีลูกจ้างหนีออกจากโรงงานเพราะถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายและนายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริงทราบว่าลูกจ้างรายนี้คือนางสาวแววมณี ไม่แจ้งนามสกุล อายุ 16 ปีสัญชาติลาว เป็นลูกจ้างของนายสมศักดิ์ ตั้งมงคลธรรม ประกอบกิจการผลิตถุงมือ สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ที่ เลขที่ 644/44 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ โดยนายสมศักดิ์ได้ว่าจ้างให้นางสาวแววมณี ทำงานในตำแหน่งพนักงานบรรจุสินค้าให้ค่าจ้างเดือนละ 3,000 บาท พร้อมอาหาร 3 มื้อ โดยให้ทำงานวันจันทร์-เสาร์ กำหนดเวลาทำงานไม่แน่นอน ระหว่างเวลา 7.00-18.00 น. ซึ่งลูกจ้างได้ทำงานมาครบหนึ่งเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง
สำหรับสาเหตุที่ลูกจ้างหนีออกมานั้นเนื่องจากลูกจ้างทำงานเสร็จไม่ทันตามกำหนดเวลา นายจ้างจึงทำร้ายร่างกายด้วยการตี หลังจากสอบข้อเท็จทั้งสองฝ่ายเจ้าหน้าที่จึงสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างเป็นเงิน 5,520 บาท พร้อมทั้งดำเนินคดีกับนายจ้างฐานใช้แรงงานเด็กไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากลูกจ้างดังกล่าวมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ถือเป็นแรงงานเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และได้ประสานงานกับกรมการจัดหางานในการดำเนินคดีกับนายจ้างในกรณีใช้แรงงานต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตด้วย ในส่วนของลูกจ้างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการส่งลูกจ้างไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการส่งกลับประเทศลาวต่อไป
อธิบดีกรมสวัสดิการฯ กล่าวว่า การใช้แรงงานเด็กที่ไม่ถูกต้องเช่น การไม่แจ้งการทำงานของลูกจ้างเด็ก การให้ลูกเด็กทำงานอันตราย การให้ลูกจ้างเด็กทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุดเป็นต้น มีโทษทำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามในกรณีนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานอันตรายหรือทำงานล่วงเวลาแล้วเป็นเหตุให้เด็กนั้นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตายโทษจะเพิ่มจากเดิมเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสการใช้แรงงานเด็กไม่เป็นธรรมได้ที่ สำนักคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0-2245-7020 หรือที่สายด่วน 1506.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส |