เคาะประตูสถานประกอบการ ดันแรงงานรับความคุ้มครอง : SIAMHRM.COM

เคาะประตูสถานประกอบการ ดันแรงงานรับความคุ้มครอง


    

ตัวเลขสถานประกอบการในระบบประกันสังคม ทั้งหมด 367,945 แห่ง ผู้ประกันตนในระบบอีก 8,636,931 ราย (เมษายน 2549)

แต่ยังมีตัวเลขแอบแฝงของสถานประกอบการบางส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม  จึงต้องนำมาตรการตรวจสอบเพื่อติดตามให้นายจ้างมาขึ้นทะเบียนประกันสังคม  ไม่ใช่เป็นคนจับผิด  หรือลงดาบนายจ้าง/เจ้าของสถานประกอบการแต่อย่างใด! แต่...เหตุผลสำคัญเพื่อให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองและได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด
แม้ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง   แต่ยังมีสถานประกอบการที่เพิกเฉยไม่ยอมขึ้นทะเบียนประกันสังคม ทำให้ลูกจ้างต้องเสียสิทธิไปอย่างน่าเสียดาย การลงพื้นที่ตรวจสอบจึงเป็นแนวทางหนึ่ง เพื่อให้นายจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและเห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียน ประการสำคัญลูกจ้างได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ครบถ้วนและทั่วถึง
โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ พื้นที่ซับซ้อน  มีสถานประกอบการและผู้ประกันตนจำนวนมาก และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สปส.เพื่อให้บริการที่ดี สะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ ประหยัดเวลา และพัฒนาฐานข้อมูลประกันสังคม  จึงได้นำระบบ  GIS  มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบดังกล่าว จะช่วยให้ทราบถึงจุดพิกัดที่ตั้งของสถานประกอบการ เดินทางไปยังเป้าหมายได้ถูกต้อง  แม่นยำ ผลพวงจากการรณรงค์ที่ผ่านมา มีสถานประกอบการมาขึ้นทะเบียนจำนวนมากแต่บางแห่งยังคงเพิกเฉยและไม่ปฏิบัติตาม แม้จะมีหนังสือเชิญให้มาขึ้นทะเบียนซึ่ง สปส.ไม่เพิกเฉยตาม ขณะนี้ได้เริ่มเคาะประตูสถานประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่  เหตุผลเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติถูกต้อง  ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองและไม่เสียสิทธิที่พึงมีพึงได้ไป สถานประกอบการใดก็ตามที่มีลูกจ้างอยู่ในข่ายบังคับต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมและปฏิเสธไม่ได้ เพราะความผิดฐานไม่ขึ้นทะเบียนนั้น ไม่ใช่แค่รับโทษทางแพ่งและอาญาเท่านั้น
อย่างไรก็ดี เป้าหมายไม่ได้มุ่งที่จะตรวจสอบเพียงอย่างเดียว แต่จะทำควบคู่ไปกับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง ลูกจ้าง มีความรู้ ความเข้าใจในการประกันสังคมและปฏิบัติได้ถูกต้อง  ชี้ให้เห็นประโยชน์การขึ้นทะเบียนฯ ว่า  ลูกจ้างได้รับประโยชน์อย่างไร แบ่งเบาภาระนายจ้างอย่างไร หากนายจ้างหลีกเลี่ยง/ไม่เข้าใจหรือไม่เห็นประโยชน์  เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นนายจ้างต้องรับภาระเองทั้งหมดคนเดียว  แต่ถ้านายจ้าง/สถานประกอบการเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะมีส่วนของลูกจ้างและรัฐบาลอีก  2 ส่วนร่วมช่วยด้วย  ตลอดจนรับทราบปัญหา  อุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อนำมาแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม  เมื่อนายจ้างขึ้นทะเบียนฯ ถูกต้องลูกจ้างได้รับการดูแลที่ดีมีความมั่นคง ได้รับสวัสดิการที่ดี สิ่งที่ได้ตามมาคือผลผลิตจะเพิ่มขึ้น ส่วนนี้คือผลกำไรส่งกลับคืนสู่นายจ้าง
ประชาสัมพันธ์ก็แล้ว ลงพื้นที่ชี้แจงก็แล้ว แต่ยังไม่มาดำเนินการให้ถูกต้อง สปส.ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ถ้าถึงที่สุดจะถูกส่งดำเนินคดี   แม้ไม่ต้องฟ้องก็แพ้เพราะจำนนต่อหลักฐานและความผิดเกิดขึ้นแล้ว แม้ความผิดจะมีโทษแค่ปรับและจำคุก แต่ในบางธุรกิจมีความเสียหายมาก
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนฯ ได้ปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและรวดเร็วขึ้น  คือให้บริการแบบ  One  Stop Service หรือการบริการแบบรวมทุกขั้นตอนไว้ภายในจุดเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนายจ้าง รวมไปถึงการนำส่งเงินสมทบไม่ยุ่งยากเช่นกัน โดยนายจ้างส่งเงินสมทบผ่านเครือข่าย Internet หรือ e-payment  วิธีการนี้จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  โดยขอรับแบบฟอร์มใบสมัครจาก  สปส.เขตพื้นที่/จังหวัดสาขาใดก็ได้เพื่อกำหนด  User ID และ Password ในการส่งข้อมูลเงินสมทบทาง  Internet  หรือ Download แบบฟอร์มจาก www.sso.go.th และส่งแบบฟอร์มใบสมัครไปยัง  สปส.ที่ใดก็ได้  หรือส่งตรงไปยังกองทะเบียนและประมวลผลหลังจากนั้นจะได้  User ID และ Password ทาง E-mail address
หรือยื่นความจำนงกับธนาคารเพื่อขอใช้บริการก็ได้ สำหรับนายจ้างที่ใช้บริการระบบ e-payment อยู่แล้วไม่ต้องขอใช้บริการกับธนาคารใหม่ เพื่อเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร 4 แห่ง คือ ซิตี้แบงก์,มิซูโฮ  คอร์ปอเรต จำกัด,ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น และกรุงศรีอยุธยา ในการหักเงินเพื่อนำส่งเงินสมทบ และธนาคารจะจัดส่งใบเสร็จรับเงินผ่านไปรษณีย์
อยากให้นายจ้างเห็นความสำคัญและรีบดำเนินการให้ถูกต้อง จะเป็นประโยชน์ทั้งนายจ้าง-ลูกจ้าง ไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงอย่างไร ไม่ช้าไม่นานจะต้องตรวจพบอยู่ดี เพราะสปส.จะพัฒนาระบบตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อให้ลูกจ้างทุกรายได้รับความคุ้มครอง  เมื่อนายจ้างปฏิบัติถูกต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายมีการส่งเงินสมทบเข้ามา  ทำให้กองทุนมีเสถียรภาพและมั่นคงเป็นการให้ระบบประกันสังคมสามารถอยู่ได้
การเคาะประตูตรวจสอบไม่ใช่การจับผิด หรือบังคับให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่ต้องการคือให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองตามเจตนารมณ์ของการให้มีระบบประกันสังคมในประเทศไทย.
..............................

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM