บีโอไอเร่งผลิตบุคลากรเฉพาะด้าน หวังแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน : SIAMHRM.COM

บีโอไอเร่งผลิตบุคลากรเฉพาะด้าน หวังแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน




    บีโอไอเร่งแผนระยะสั้นแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรระดับวิศวกร และช่าง โดยประสานงานตรงกับกระทรวงศึกษาธิการ เร่งผลิตบุคลากรระยะสั้นป้องกันการขาดแคลน ย้ำการขยายสิทธิประโยชน์จาก 8 เป็น 10 ปี เน้นด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เคลื่อนย้ายเงินทุนเร็วเป็นหลัก ชี้ผู้ประกอบการเตรียมขยายแผนผลิต HDD ในไทย
       
       นายสาธิต ชาญเชาวน์กุล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยอมรับว่าในขณะที่นักลงทุนหลายอุตสาหกรรมได้ระบุว่ามีการขาดแคลนบุคลากรด้านวิศวกรและระดับช่างทั่วไป ซึ่งในขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานวางแผนกันอย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งในระยะสั้นจะมีการผลิตบุคลากรเฉพาะด้านตรงกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เช่น อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น
       
       นอกจากนี้ บีโอไอได้เร่งประสานงานอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนทุกด้าน ทั้งเรื่องสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาไฟฟ้าตก-ดับ ได้ประสานงานกับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการร่วมกันดูแล เพราะหากเกิดไฟตก-ดับจะทำให้การผลิตต้องหยุดและจะเกิดความเสียหายอย่างมาก ส่วนเรื่องการขยายสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจาก 8 ปี เป็น 10 ปีนั้น เป็นเรื่องพิเศษคงจะให้เฉพาะอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและมีการดึงดูดการแข่งขัน การเคลื่อนย้ายลงทุนอย่างรุนแรง ซึ่งคงจะให้เฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะต้องดูด้วยว่าโครงการนั้นเป็นโครงการลงทุนระยะใหญ่ และมีการลงทุนต่อเนื่องใน 5 - 7 ปีข้างหน้าด้วย
       
       “การขยายเวลาการให้สิทธิประโยชน์ต้องดูให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ประเทศจริงๆ ในกรณีที่ดูแล้วว่าจะเคลื่อนย้ายฐานลงทุนได้ยาก ก็คงไม่ให้ ซึ่งต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีการแข่งขันรุนแรง และมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น และขอยืนยันว่าจากที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ใหญ่ที่สุดในโลก ในขณะนี้ผู้ผลิตก็จะมีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย” นายสาธิต กล่าว
       
       นายสาธิต กล่าวว่า จากที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง วันที่ 15 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติกลุ่มใหม่หรือกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ยังไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายใหญ่ที่เคยลงทุนในประเทศไทยมาบ้างแล้ว ต่างระบุตรงกันว่าปัญหาการเมืองไม่ใช่อุปสรรคด้านการลงทุน และจากดูตัวเลขและทิศทางการลงทุนแล้วเชื่อมั่นว่าปีนี้จะมีเม็ดเงินขอส่งเสริมการลงทุนถึง 500,000 ล้านบาท เพราะอุตสาหกรรมเป้าหมายมีแผนขยายการลงทุนเพื่อรับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ปิโตรเคมี และกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า
       
       ทั้งนี้ บีโอไอได้เริ่มส่งเสริมการลงทุนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดภาคอุตสาหกรรมที่มีหลากหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมที่ต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่มีอยู่ก่อนให้ครบวงจร และมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น หลายๆ อุตสาหกรรมสามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นฐานการผลิตชั้นนำของโลก และของภูมิภาค เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ปิโตรเคมี และ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น และนับจาก พ.ศ.2509 จนถึงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2549 มีกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ คิดเป็นจำนวนโครงการ 16,639 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 5.25 ล้านล้านบาท มีการจ้างงาน 3.7 ล้านคน และมีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท

 

แหล่งข่าว  :หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM