|
นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกันตนที่ติดเชื้อ HIV ที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลตามบัตรฯ ประมาณ 25,000 ราย
ที่ต้องทนทุกข์กับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ มหันตภัยร้ายที่กำลังคุกคามและคร่าชีวิตผู้ประกันตนอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ทางสำนักงานประกันสังคมจึงรณรงค์ให้ผู้ประกันตนตระหนักถึงวิธีป้องกันการติดเชื้อ HIV และป่วยเป็นโรคเอดส์อย่างถูกต้อง อาทิ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยมุ่งเน้นการมีคู่นอนคนเดียว และควรมีการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ก่อนแต่งงาน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อเพิ่มมากขึ้น
สำหรับผู้ประกันตนที่ติดเชื้อ HIV และป่วยเป็นโรคเอดส์สามารถใช้สิทธิเจ็บป่วย ณ โรงพยาบาลตามบัตรฯ ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ทางสำนักงานประกันสังคมจะดูแลรักษาผู้ประกันตนที่ติดเชื้อตามอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจริงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนในกรณีที่ผู้ประกันตนมีความประสงค์จะขอรับยาต้านไวรัสเอดส์ต้องมีอาการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งผู้ประกันตนสามารถยื่นใบรับยาต้านไวรัสเอดส์จากโรงพยาบาลตามบัตรฯ ที่ผู้ประกันตนได้เลือกไว้
เลขาธิการฯ กล่าวย้ำว่า สำหรับผู้ประกันตนที่กำลังรับยาต้านไวรัสเอดส์อยู่ ควรปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด ต้องมีวินัยในการกินยาตลอดเวลา เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เชื้อ HIV พัฒนาตัวเองมาดื้อยาและสามารถควบคุมเชื้อได้ ต้องมีการดูแลร่างกายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นรักษา เพราะยาไม่ได้ทำให้เชื้อไวรัสหมดจากร่างกาย แต่ช่วยยับยั้งไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวนขึ้น จึงต้องกินยาเพื่อควบคุมเชื้อตลอดไป สิ่งสำคัญตัวยาอาจมีผลกระทบต่อร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องมีการติดตามผลการรักษอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมที่กองประสานการแพทย์ฯ 0-2956-2504-6 และที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ.
แหล่งข่าว ; หนังสือพิมพ์ไทยโพส
|