กรุงเทพฯ- แรงงานลูกจ้างในเวียดนามตื่นตัวเรียกร้องค่าจ้างที่เป็นธรรม ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ ที่นายจ้างชาวต่างชาติละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เป็นสาเหตุให้มีการนัดหยุดงานมากขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. ปีนี้ ตามเขตอุตสาหกรรมสินค้าส่งออกต่างๆ ซึ่งการประท้วงส่วนใหญ่ จะเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องค่าจ้าง และประกันสุขภาพ ล้วนๆ
ตามข้อมูลของนายเหวียนหง็อกฟุก (Nguyen Ngoc Phuc) รัฐมนตรีช่วยกระทรวงวางแผนและการลงทุน ระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีนี้ มีการประท้วงเรื่องแรงงานถึง 303 ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ของการนัดหยุดงานตลอดปี 2548 โดยกว่า 66% ของการนัดหยุดงาน เกิดขึ้นในบริษัทที่ลงทุนโดยต่างชาติ โดย 36.3% ของบริษัทที่มีการนัดหยุดงานเป็นกิจการที่ลงทุนโดยนักลงทุนจากไต้หวัน และอีก 28% ลงทุนโดยเกาหลีใต้
การหยุดงานส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่นครโฮจิมินห์ จ.บิ่งเยวือง (Binh Duong) และ จ.ด่งนาย (Dong Nai) ภาคใต้ของประเทศ ที่มีบริษัทของชาวต่างชาติตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงอย่างไรก็ตาม การประท้วงหยุดงานยังได้เกิดขึ้นในจังหวัดทางภาคเหนือและกลางของประเทศด้วย
รมต.ช่วยกระทรวงวางแผนฯ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าการหยุดงานเหล่านี้จะไม่ได้ทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ความต้องการของผู้ประท้วงเหล่านี้ เป็นการกระทำที่เป็นสิทธิและชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบริษัทต่างชาติหลายๆ บริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบสัญญาแรงงานและการว่าจ้าง
นอกจากนั้น ระบบเงินเดือนค่าจ้างของแรงงานชาวเวียดนามที่ทำงานอยู่ในบริษัทที่ลงทุนโดยต่างชาติ ปรับเปลี่ยนไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดและอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าววีเอ็นเอของทางการเวียดนาม
ที่พักอาศัยเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ลูกจ้างแรงงานได้รับความเดือดร้อนไม่ได้รับความสนใจและถูกเพิกเฉยจากเจ้าของกิจการเป็นเวลานาน
ใน จ.บิ่งเยวือง จังหวัดที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มากที่สุดในประเทศนั้น แต่กลับมีที่พักอาศัยให้แก่แรงงานแค่เพียง 15% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด ในขณะเดียวกันที่พักอาศัยของแรงงานในนครโฮจิมินห์มีเพียงแค่ 4% และ จ.ด่งนาย 6.5% เท่านั้น
นายฝ่าม มิง หวน (Pham Minh Huan) หัวหน้าฝ่ายแรงงานและค่าจ้างของกระทรวงแรงงาน ทหารผ่านศึก และสวัสดิการสังคม ยอมรับถึงความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือแก้ไขต้นตอของปัญหาการประท้วงหยุดงาน ไม่ได้จัดการแก้ไขอย่างจริงจังเกี่ยวกับการว่าจ้างที่ไม่เหมาะสมและละเมิดกฎหมายของบริษัทลงทุนจากต่างชาติเหล่านี้.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ