| ไชน่าเดลี่—ชี้การขยายตัวของกลุ่มประชากรวัยทำงานในแดนมังกรกำลังชะลอตัวลง และจะตกต่ำอย่างฮวบฮาบในปี 2015 หวั่นอาจนำไปสู่วิกฤตขาดแคลนแรงงาน ชี้จำนวนคนพลเมืองวัยชรา 65 ปี กำลังพุ่งสูงกว่า 100 ล้านคน ฉายฟางผู้อำนวยการสถาบันเศรษฐกิจแรงงานและประชากรภายใต้สังกัดสถาบันบัณฑิตยสถานแห่งชาติจีน เตือนวานนี้ (31 ส.ค.) นายฉายยังได้อ้างตัวเลขคาดการณ์ของสหประชาชาติหรือยูเอ็น ที่ระบุว่าระหว่างปี 2005 และ 2030 มีแนวโน้มว่า ประชากรวัยทำงาน( อายุระหว่าง 15-64 ปี) จะขยายตัวเพียง 0.4% ต่อปี ต่ำกว่า 1.2% ของระดับเฉลี่ยสากล ขณะเดียวกัน กลุ่มประชากรวัยชรา ที่มีอายุระหว่าง 50 ถึง 64 ปีในภาคแรงงาน กลับได้ขยายตัวถึง 67% นอกจากนี้ จำนวนพลเมืองวัยสูงอายุ จะเติบโตและมีสัดส่วนเท่ากับ 10% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ ในปี 2017 ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณประชากรวัยทำงานในปี 2005 เท่ากับ 918 คน หรือ 70% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ และจะสูงขึ้นเป็น 997 ล้านคน ในปี 2013 หรือ 72.14% หวังกวงโจวนักวิจัยแห่งศูนย์พัฒนาประชากรแห่งชาติจีนกล่าว การขาดแคลนแรงงานจะดันอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น ทำให้จีนสูญเสียความได้เปรียบในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ที่เคยเป็นเสน่ห์ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมากว่า 20 ปี ขณะนี้ กลุ่มโรงงานในประเทศกำลังประสบความยากลำบากในการหาแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานในอัตราค่าจ้างต่ำ แม้ว่ามีตัวเลขคาดการณ์จำนวนแรงงานย้ายถิ่นถึง 150 ล้านคน ที่รอย้ายถิ่นจากชนบทสู่เขตเมืองต่างๆ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของแหล่งแรงงานนี้ ยังกระตุ้นให้จีนเปลี่ยนรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากรูปแบบที่อาศัยรางงานเป็นหลัก มาเป็นภาคธุรกิจเทคโนโลยี.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|