| รัฐวิสาหกิจ กฟน.บุก คปค.ยุตินโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน ด้าน นศ.วางหรีดไว้อาลัยอำนาจปลายกระบอกปืน ยกเลิก “กฎหมาย-มติ ครม.” ขายชาติ วันนี้ (27 ก.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง พร้อมพวกประมาณ 20 คน ได้ทำหนังสือร้องร้องต่อ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) โดยขอให้ คปค.พิจารณายุตินโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน โดย นายเพียร กล่าวว่า จากการที่ คปค.ได้แสดงถึงความห่วงใยในปัญหาบ้านเมือง และการดำรงชีพของประชาชนมาตลอด ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานฯได้คัดค้านต่อสู้เรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้การดำเนินการในรูปแบบที่แสวงหาผลกำไร เพราะจำทำให้ประชาชนเดือดร้อน “เราเป็นห่วงว่า ถ้า คปค.ออกไปแล้ว กลัวว่าถ้ารัฐบาลอื่นเข้ามาจะสามารถแปรรูปรัฐวิสาหกิจขั้นพื้นฐานได้ เพราะสาธารณูปโภคเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเส้นเลือกใหญ่ของประเทศ วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ พล.อ.สนธิ อยู่ตรงนี้ จึงอยากให้เก็บรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ไว้เพื่อประโยชน์ของประเทศ และน่าจะระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ ทั้งนี้ สหภาพฯคงไม่มีการเข้าชื่อกันเพื่อให้ยกเลิกการแปรรูปเหมือนที่ผ่านมา” นายเพียร กล่าว จากนั้น นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมตัวแทนนักศึกษาจากศูนย์ข่าวสารกิจกรรมนักศึกษาจำนวน 5 คน มาวางพวงหรีดหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เพื่อต่อต้านการใช้กำลังทหารเข้ามายึดอำนาจ ซึ่งพวงหรีดดังกล่าวมีข้อความสีขาวบนพื้นกระดาษสีดำ ระบุว่า “Coup killed democracy” และ “Student Activity Information Resuarce” โดย นายโชติศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มพวกตนมาแสดงออกตามประกาศคณะปฏิรูปที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งการออกมาครั้งนี้ตนอยากทราบถึงเหตุผลของการดำเนินการยึดอำนาจครั้งนี้ ทั้งที่ก่อนวันที่ 19 ก.ย.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้มีการคัดเลือกมาแล้ว และพร้อมจะมีการเลือกตั้งเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองในระยะเวลาอีก 2 เดือน ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตนก็แปลกใจที่พอมีทหารใช้กำลังยึดอำนาจ ผลการสำรวจประชามติออกมาว่า ประชาชนเห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าประชาชนไม่ต้องการระบอบทักษิณมากขนาดนั้น ทำไมคณะ คปค.ไม่รอให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น และประชาชนลงโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเอง หรือว่าการรัฐประหารครั้งนี้เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาภายในของกองทัพ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเท่านั้น นายโชติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยเสรี การแสดงออกของประชาชนมีหลายทาง แต่วันนี้เว็บไซต์ต่างๆ ที่ประชาชนใช้เป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็นกลับถูกสั่งปิด นอกจากนี้ วิทยุชุมชนทั้งหลายก็ถูกสั่งปิด แสดงว่า การใช้อำนาจของ คปค.ไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้ไม่กลัวว่าจะถูกจับหรือ นายโชติศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้ทำตามประกาศของคณะปฏิรูปฯ ถ้าถูกจับก็ไม่รู้ว่าอย่างไรแล้ว ตนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทหารจะตระบัดสัตย์หรือเปล่า และในช่วงเย็นเวลา 15.30 น.นายวิรัตน์ ภู่ระหงษ์ พร้อมเครือข่ายประชาชนและเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง ได้มอบแถลงการณ์ของเครือข่ายแก่ผู้สื่อข่าวที่สังเกตการณ์อยู่หน้ากองบัญชาการทหารบก ถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่จะประกาศใช้เป็นเวลา 1 วันต่อจากนี้ เนื่องจากภาคประชาชนยังไม่ได้มีส่วนร่วม ดังนั้น ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่กำลังจะมีการร่างขึ้นควรเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อย่างน้อยต้องมีสัดส่วนครึ่งหนึ่ง ขอให้นำหมวด 3 และหมวด 4 ว่าด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทยในรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ โดยให้ยกเลิกวรรคสุดท้ายของทุกมาตรา นอกจากนี้ ยังขอให้ยกเลิกมติ ครม.9 ม.ค.2519 และ 18 ม.ค.2548 เรื่องยุทธศาสตร์การจัดการสถานะและสิทธิบุคคล พร้อมทั้งดำเนินการคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น และขอให้สนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจน โดยกำหนดนโยบายการจัดสรรงบประมาณลงสู่ชุมชนโดยตรง ในช่วงเวลาเดียวกันองค์กรเครือข่ายชุมชนรักษ์เกาะเสม็ด และองค์กรประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขอให้คณะ คปค.เพิกถอนพระราชกฤษฎีกาองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และมติ ครม.วันที่ 25 พ.ค.2547 ที่มีมติให้เกาะเสม็ดเป็นพื้นที่ อพท.เนื่องจากการดำเนินการของ อพท.ได้สร้างปัญหาและผลกระทบต่างๆ จนก่อให้เกิดการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง โดยเฉพาะด้านจริยธรรมของผู้บริหาร อพท.ไม่โปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาการไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในท้องถิ่น การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การกระจายทรัพยากรไม่เป็นธรรม จนถึงการเบียดเบียน ขับผู้ประกอบการรายย่อยโดยกลุ่มทุน
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|