นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ในปี 2549 กรมฯ ได้ดำเนินภารกิจด้านการตรวจและคุ้มครองคนหางาน เพื่อป้องกันมิให้คนหางานถูกหลอกลวงจากการหางานทำทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและลงโทษสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อนตลอดจนป้องกันมิให้คนหางานถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทจัดหางานและบุคคล
จากการดำเนินงานที่ผ่านมาปรากฏว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์ของคนหางาน จำนวน 2,965 คน มูลค่าความเสียหายเป็นเงิน จำนวน 195,317,053 บาทให้ความช่วยเหลือ จำนวน 2,917 คน ได้รับเงินคืน จำนวน 77,112,675 บาท การดำเนินคดีกับผู้มีพฤติกรรมหลอกลวงคนหางาน โดยประสานกับสถานีตำรวจท้องที่ เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อนที่มีพฤติกรรมหลอกลวงคนหางาน รวม 233 คดี จำนวนคนหางานจำนวน 397 คนและร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมสาย/นายหน้าเถื่อน จำนวน 20 คน การตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทจัดหางานทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามกฎหมาย จำนวน 1,207 ครั้ง การลงโทษทางทะเบียนและดำเนินคดีทางอาญากับสำนักงาน บริษัทจัดหางานในประเทศและต่างประเทศที่กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติฯ แยกเป็น พักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน จำนวน 17 ราย เพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน จำนวน 1 ราย สั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง 4 ราย และดำเนินคดีอาญาโดยเปรียบเทียบปรับ จำนวน 15 ราย เป็นเงิน 233,000 บาท รับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ จำนวน 64 ราย การตรวจสอบและเฝ้าสังเกตผู้ที่มีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ โดยสามารถระงับการลักลอบเดินทางได้จำนวน 2,193 คน
นอกจากนั้น กรมฯ ยังได้ดำเนินการจัดอบรมสัมมนาให้กับเจ้าหน้าที่กรมฯ ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคจำนวน 2 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติฯ รวมทั้งจัดหน่วยประชาสัมพันธ์ไปในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศกับโครงการคาราวานแก้จนเพื่อคนไทยมีงานทำ เพื่อให้คนหางานและประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ความเข้าใจถึงขั้นตอนการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้อง ซึ่งคาดว่าจากผลการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการขยายความรู้ ความเข้าใจให้คนหางานประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ผลการดำเนินการมีประสิทธิภาพ และได้ประสิทธิผลอย่างต่อเนื่อง นายจุฑาธวัชฯ กล่าว.
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์