แนะให้พก"นกหวีด"พนง.หญิงสุวรรณภูมิ : SIAMHRM.COM

แนะให้พก"นกหวีด"พนง.หญิงสุวรรณภูมิ




แนะแจกนกหวีดให้พนักงานสนามบินสุวรรณภูมิ เป่าขอความช่วยเหลือเบื้องต้นถ้าถูกลวนลาม มูลนิธิเพื่อนหญิงชี้ควรติดป้ายเตือนทั้งภาษาไทย-อังกฤษ ให้ทั่วบริเวณจำนวนมาก หวังเตือนสติไอ้หื่นที่รอก่อเหตุด้วย และควรเพิ่มสัญญาณเตือนภัยเหมือนเตือนไฟไหม้ ให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือไปถึงจุดเกิดเหตุเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้เร่งคลี่คลายปัญหาโดยเร็ว ให้นักจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยกับเหยื่อ หรือปรึกษาไปยังศูนย์ฮ็อตไลน์ของ พม.1300 ได้ด้วย ด้านพนักงานสาวบินไทยเผยยังมีจุดเสี่ยงอีกคือ ห้องน้ำลานจอดรถ ที่หวั่นเกิดเหตุได้ง่าย เพราะเปลี่ยว ควรมีรปภ.มาเฝ้าเป็นประจำ ขณะที่บิ๊กทอท.เตรียมพานักข่าวลงดูจุดเสี่ยงวันนี้ สผ.เตรียมเสนอสวล.ให้จัดโซนที่อยู่อาศัยรอบสนามบิน ห้ามผุดบ้านจัดสรรทิศเหนือ-ใต้ หวั่นร้องเรียนไม่จบสิ้น แนะให้ทุกหมู่บ้านมาพูดคุยทำความเข้าใจ

จากกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ร้องเรียนว่าในสนามบินสุวรรณภูมิมีพนักงานหญิงของการบินไทยถูกคุกคามทางเพศอย่างหนัก จากบรรดาคนงานก่อสร้างที่ยังทำงานอยู่ในสนามบิน ทั้งเข้ามาล้อมกรอบ พูดจาข่มขู่ รวมถึงถ้ำมองพนักงานหญิงที่เข้าห้องน้ำด้วย โดยเบื้องต้นมีการแก้ปัญหาโดยการเพิ่มไฟส่องสว่าง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 300 คน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้ที่ถูกทำร้ายออกมาแสดงตัวเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า มูลนิธิเพื่อนหญิงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ควรตั้งกรรมการสอบเร่งด่วน เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดให้ได้ และนำตัวมาลงโทษ ซึ่งหากเป็นลูกจ้างของผู้รับเหมาก่อสร้างรายใด นายจ้างควรรับผิดชอบร่วมด้วย โดยทอท.ควรใช้วิธียกเลิกการรับเหมา นอกเหนือจากการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งต้องดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนี้ การตั้งกรรมการสอบเรื่องดังกล่าว จะช่วยให้ผู้เสียหายได้รับความคุ้มครอง เป็นการสร้างความมั่นใจ โดยระหว่างการดำเนินคดีควรพักงานผู้กระทำผิดไว้ก่อน

น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าวอีกว่า ระบบการเตือนภัยเป็นเรื่องสำคัญ ควรติดตั้งป้ายเตือนว่า การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย โดยติดตั้งให้ทั่วบริเวณทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างน้อยถือเป็นการเตือนสติผู้ที่คิดจะกระทำ นอกจากนี้ ควรติดตั้งระบบเตือนภัย ลักษณะเดียวกับสัญญาณเตือนเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุได้เร็วที่สุด แต่ควรแยกเสียงระบบเตือนภัยให้แตกต่างระหว่างพนักงานและผู้โดยสาร ซึ่งการติดตั้งระบบดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาได้มากกว่าเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ และควรพิจารณาจุดติดตั้งที่ผู้ถูกกระทำใช้ได้ทันทีเมื่อประสบเหตุ

"ต้องติดป้ายแจ้งให้ทุกคนรู้ว่าการคุกคามลวนลามทางเพศมีความผิดตามกฎหมายไทย โดยระบุเบอร์โทรศัพท์ เช่น เบอร์ฮ็อตไลน์ของทอท.ไว้ เพราะเจ้าหน้าที่ทอท.จะอยู่ใกล้ที่สุด ฉะนั้น หากให้เบอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ไว้ อาจใช้เกินไปสำหรับผู้ถูกกระทำ นอกจากนี้ ควรเพิ่มกล้องส่องทางไกลในกรณีเกิดเหตุ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว แต่ควรระวังไม่ใช้กล้องส่องทางไกลไปในทางที่ผิด หรืออาจแจกนกหวีดไว้ให้กับพนักงานก็ได้ เมื่อเกิดเหตุนกหวีดเสียงดังขึ้น เจ้าหน้าที่ก็มาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ควรเพิ่มแสงสว่างยังจุดต่างๆ ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอด้วย เพราะอาคารมีบริเวณกว้างมาก" น.ส.สุเพ็ญศรีกล่าว

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี กล่าวอีกว่า สำหรับพนักงานหรือบุคคลที่ถูกกระทำ ทอท.ควรจัดนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือด้านจิตใจให้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าบริษัทเร่งคลี่คลายเพื่อให้เรื่องยุติเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้ หากบุคคลที่ถูกกระทำต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิเพื่อนหญิง ก็สามารถติดต่อได้ยินดีรับเรื่องและประสานงานให้ หรืออาจโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เบอร์ฮ็อตไลน์ 1300 ได้ตลอดเวลา ซึ่งการให้เบอร์ติดต่อไว้ เพราะเห็นว่าสถิติผู้หญิงถูกกระทำ แต่ออกมาใช้สิทธิคุ้มครองตัวเองตามกฎหมายเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ซึ่งเหตุผลที่ทราบคือ เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป็นผู้ชาย และมักแสดงความเหยียดหยามกับผู้หญิง

ด้านนายสมชัย สวัสดิผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ลาดตระเวนให้ทั่วทุกจุด โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่ออาคารเทียบเครื่องบิน (คองคอร์ต เอ) ซึ่งกลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว เมื่อเกิดเหตุจะสามารถช่วยเหลือได้ทันที แต่สิ่งที่เป็นข่าวนั้นยังไม่มีการแจ้งความ จึงไม่รู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เป็นเหมือนข่าวลือ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ใดถูกกระทำตามข่าว ให้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ตนจะสั่งการให้ล็อกลิฟต์ภายในอาคารให้ลงไปได้เพียงชั้น 1 ไม่ให้ลงไปถึงชั้นเอ็ม ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ใช้งาน เพราะเป็นจุดออกแบบเพื่อให้ลงไปต่อรถไฟฟ้า ที่จะต่อเชื่อมในอนาคตเพื่อความปลอดภัย

รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่สาวการบินไทยภาคพื้นดิน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยพบเหตุการณ์ถูกลวนลาม แต่ยอมรับว่าจะมีการพูดถึงเหตุการณ์อย่างที่เป็นข่าวอยู่เสมอ อย่างเพื่อนสาวของตนเคยเล่าว่า เคยใช้ลิฟต์ แล้วมีการกดเรียกลิฟต์จากชั้นเอ็ม เมื่อลิฟต์ลงไปถึงชั้นเอ็ม ก็เห็นคนงานก่อสร้างยืนอยู่กันหลายคน แต่ก็ไม่เข้ามาในลิฟต์ เพราะอาจเห็นว่ามีคนในลิฟต์อยู่กันหลายคน ถ้าหากไปคนเดียวก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่

ส่วนวิธีการป้องกันของตนคือการพยายามไม่ไปที่จุดล่อแหลม มุมมืด ไปไหนก็จะชวนเพื่อนไปเป็นกลุ่ม แต่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) น่าจะมีการแยกโซนระหว่างคนงานก่อสร้างกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสนามบิน และจุดล่อแหลมที่น่าเป็นห่วงคือห้องน้ำบริเวณลานจอดรถ แม้เป็นส่วนที่อำนวยความสะดวก แต่จะเป็นจุดบอด น่าจะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลความปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อเข้าห้องน้ำอาจมีใครมาซุ่มดักรอหรือไม่ และเจ้าหน้าที่เองแม้จะมีเยอะทั้งนอกและในเครื่องแบบ แต่เขาก็ตรวจอยู่จุดเดิม ไม่มีการกระจายจุดตรวจให้ทั่วถึงทั้งสนามบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 พ.ย. เวลา 10.00 น. นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทอท. จะนำผู้สื่อข่าวไปดูจุดล่อแหลมต่างๆ ในสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อแก้ไขต่อไป

ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ซึ่งสภ.ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นผู้รับผิดชอบนั้น ในวันนี้ เวลา 13.30 น. พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ ผกก.สภ.ต.ราชาเทวะ จัดกำลังเข้าไปดูแลพื้นที่โดยจัดสายตรวจจักรยานยนต์ ผลัดละ 4 นาย สายตรวจเดินเท้า ผลัดละ 2 นาย สายตรวจนอกเครื่องแบบ ผลัดละ 2 นาย วันละ 3 ผลัด ทั้งนี้ กำลังของสภ.ต.ราชาเทวะยังอยู่ระหว่างขอกำลังเสริม

ด้านนายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า หลังจากที่ลงพื้นที่ชุมชนบริเวณใกล้เคียงกับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเสียงของเครื่องบิน พบว่า มีชุมชนได้รับผลกระทบจากเสียงดัง นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ซึ่งเราจะได้สรุปจำนวนเพิ่มเติมให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) ให้การช่วยเหลือนอกเหนือจาก 71 หลังคาเรือน ที่ระบุในอีไอเอว่าต้องอพยพโยกย้ายและจ่ายค่าชดเชยให้ ซึ่งในกรณีของ 71 หลัง พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และเร่งรัดให้ทอท.ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ วันที่ 23 พ.ย.นี้ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) จะนำเสนอ 4 แนวทางแก้ไขปัญหาเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง หลังจากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังจะมีการนำเสนอเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งมาตรการควบคุมผังเมืองให้บอร์ดพิจารณาด้วย เนื่องจากพบว่ามีการขยายตัวของชุมชนเข้ามาใกล้สนามบินมาก จึงจำเป็นต้องจัดโซนพื้นที่ที่ไม่ควรให้มีชุมชนอยู่ โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือกับทิศใต้ ซึ่งจะได้รับผลกระทบทางเสียงมาก ทั้งนี้ หากไม่จัดการปัญหาดังกล่าว สผ.เชื่อว่าจะมีปัญหาการร้องเรียนไม่จบสิ้น

ส่วนปัญหาที่พบขณะนี้คือ การจัดระบบการจราจรทางอากาศและการจัดเส้นทางบินที่ยังไม่ชัดเจน ทางที่ดีทอท.ควรเชิญทุกหมู่บ้านมาชี้แจง ในหลักเกณฑ์การแก้ปัญหาหรือการจ่ายเงินชดเชยเพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน

นายชลูด บรรจง อายุ 80 ปี เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้ร้องเรียนกรณีพี่ชายของภรรยาอายุ 95 ปี ตกใจเสียงเครื่องบินจนช็อกเสียชีวิตไปเมื่อ 3 วันที่แล้ว ปรากฏว่ามีตัวแทนของหลายหน่วยงาน อาทิ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.), การบินไทย นำพวงหรีดและมาเป็นเจ้าภาพสวดศพให้กับนายเฉลิม พุ่มโกมล พร้อมกับมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งตนก็ชี้แจงว่าถ้าเป็นเงินค่าตอบแทน ตนจะไม่รับ เพราะไม่ได้ออกมาเรียกร้องเพื่อต้องการค่าตอบแทน แต่ถ้าเป็นเงินร่วมทำบุญก็ให้ภรรยารับไว้ นอกจากนี้ ยังมีคนมากหน้าหลายตามาพบ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กำนัน แพทย์ประจำตำบล นักข่าวจากทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ตนก็ได้บอกถึงความเดือดร้อนเรื่องเสียงดังให้กับทุกคนฟัง ซึ่งไม่เพียงแต่บ้านของตนซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 1 กิโลเท่านั้น ยังมีบ้านเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถทนต่อเสียงดังของเครื่องบินได้ ต้องหนีไปนอนที่บ่อปลาบ้าง หรือที่บ้านญาติบ้าง ทุกคนที่มาพบและได้สัมผัสเสียงก็บอกเหมือนกันว่า เสียงดังจนเกือบทนไม่ไหว

ล่าสุด ตนได้รับทราบจากผู้ที่ไปพล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม และคณะ ว่าจะมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยให้คนใช้หูฟัง แบบที่ใช้บนเครื่องบินมาให้ เพื่อให้ใช้ปิดหูป้องกันเสียง โดยจะฝากคนมาให้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับ ซึ่งถ้าหากได้รับแล้วก็อาจจะต้องลองเอามาใช้ดู เพราะคิดว่าคงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของทางรัฐไปก่อน และถ้าหากเขามั่นใจ ตนก็ยินดีจะรับมาทดลองดู ถ้ามันดีก็จะเอามาใช้เวลานอน แต่ถ้ามันใช้ไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่รู้จะเอามาทำไม ก็คงต้องเอาไปคืน

"เห็นเขาบอกว่าจะเอาหูฟังแบบที่เขาใช้กันบนเครื่องบินมาให้ใส่ลองดู 3 อัน ลุงก็บอกไปว่า เอามาแค่ 2 อันก็พอ เพราะคนแก่มี 3 คน แต่ตายไปแล้วคนหนึ่ง แค่ 2 อันก็พอแล้ว ถ้าเขาให้มาก็ต้องมาลองใช้ดูนะ ถ้าเขามั่นใจว่ามันจะช่วยแก้ปัญหาได้" นายชลูดกล่าว

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM