| ผู้จัดการรายวัน- นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯระบุปี2550รับเหมาเหนื่อยหนัก เตรียมผลักสมาชิกสามคมฯรับงานต่างประเทศเพิ่ม พร้อมยื่นข้อเสนอนายกฯช่วยยืดระยะส่งมอบงานช่วยผู้รับเหมา หลังประสบปัญหาต้นทุนเพิ่ม แรงงานขาดแคลน เจอปัหาอุทกภัยกระหน่ำช่วงปลายปี ส่งผลการก่อสร้างล่าช้า เผยการลงทุนก่อสร้างในภาคคอนโดมิเนียม-ปิโตรเคมีมาแรง ด้านบริษัท เนาวรันต์ฯ หันจับโครงการก่อสร้างคอนโดฯ เน้นรับงานผู้ประกอบการที่มีความสนิทคุ้นเคยและเคยร่วมงานกันเป็นหลัก นายพลพัฒ กรรณสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสุตสาหกรรมก่อสร้างปีใน2550 ว่า คาดอัตราการเติบโตในภาคธุรกิจก่อสร้างจะมีปริมาณการขยายตัวจากปี2549 ไม่มากนัก โดยอาจจะขยายตัวต่ำกว่าระดับการเติบโตของGDP เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานในภาครัฐบาล มีปริมาณที่ลดลงจากปีที่แล้วค่อนข้างมาก ส่วนการลงทุนก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในภาคเอกชนเอง แม้ว่าจะมีปริมมาณการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในส่วนของโครงการธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ในกลุ่มคอนโดมิเนียมจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อประเมินภาพโดยรวมแล้ว สัดส่วนในการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐฯและเอกชนร่วมกัน มีปริมาณการลงทุนก่อสร้างเท่าๆกับปีที่ผ่านมา เพราะสัดส่วนการลงทุนก่อสร้างของภาครัฐฯมีสัดส่วนที่ลดลง ทั้งนี้ ในส่วนของผลประกอบการบริษัทรับเหมาก่อสร้างในช่วง2-3 ปีที่ผ่าน มีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี2549 อัตรากำไรของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างมีการลดลงอย่างมาก จากผลกระทบภาวะของราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการก่อสร้างสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาจากการถูกปรับจากการส่งมอบงานที่ล่าช้า เพราะได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานฝีมือ และการปรับขึ้นค่าแรง ส่งผลให้เกิดต้นทุนโดยรวม และกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท ซึ่งในเรื่องดังกล่าว ทางสมาคมฯได้พยายามเสนอเรื่องขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างด้วย "ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้รับปากว่าจะให้ทางสมาคมเข้าพบก่อนการเปิดประชุมสภาพฯที่จะถึง โดยปัญหาเร่งด่วนที่สมาคมจะเสนอให้รัฐบาลช่วยแก้ไขเรื่องแรกคือ ปัญหาการส่งงานล่าช้า ซึ่งผู้รับเหมาประสบปัญหาจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมา " อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ตนเชื่อว่าในปี2550นี้ ตลาดการลงทุนก่อสร้างโดยรวมจะยังมีอัตราการขยายตัวที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลได้อนุมัติและเตรียมเปิดประมูลการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 5 เส้นทาง คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ขณะที่งบลงทุนที่รัฐบาลได้อนุมัติในวงเงิน 300,000 ล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณผูกพันเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการเดิม ทำให้คาดว่าแม้จะมีการอนุมัติงบลงทุนจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตลาดรับเหมาก่อสร้างเติบโตไปมากกว่าปีที่ผ่านมามากนัก นอกจากนี้ ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและน้ำมันในตลาดโลก การอ่อนค่าของสกุลเงินดอนล์ล่าจะส่งผลกระทบต่อราคาของวัสดุก่อสร้างด้วย รวมถึงภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปี2550นี้ จะส่งผลกระทบโดยรวมต่อตลาดก่อสร้างให้เกิดการชะลอตัวลงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าจะกระทบต่อตลาดรวมในประเทศมากนัก ทำให้ในปีนี้ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ ,รายกลางและรายเล็กต้องลำบากมากขึ้น โดยในส่วนของผู้รับเหมารายใหญ่หากขยายงานเพิ่มมากขึ้น จะมีโอกาสเจ็บตัวได้มาก สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาของสมาคมฯต่อเรื่องดังกล่าวคือ พยายามผลักดันในผู้รับเหมาในประเทศออกไปรับงานในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มประเทศที่สมาคมฯ พิจารณาเห็นว่าจะมีอัตราการขยายตัวด้านการก่อสร้างสูงคือ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและประเทศอินเดีย โดยในส่วนของบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการฯได้หันไปรับงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ตัวเลขผลกำไรเบื้องต้นในการรับงานก่อสร้างในต่างประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 30% และมีแนวโน้มที่งานต่างประเทศในปีนี้จะเข้าไปประมูลเพิ่มมากกว่าปี 2549 เช่น โครงการก่อสร้างที่ประเทศดูไบประมาณ 3,200 ล้านบาท (ประมาณ 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ) ส่วนอื่นๆ จะเป็นงานในประเทศเพื่อนบ้าน นายพลพัฒกล่าวว่า สำหรับงานก่อสร้างในประเทศ คาดว่าในธุรกิจภาคเอกชนที่มีการลงทุนก่อสร้างมากที่สุด จะเป็นธุรกิจปิโตรเคมี และตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ซึ่งบริษัทจะเน้นรับงานในส่วนโครงการประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้น อาทิกับ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน ) หรือ CI ที่รับงานก่อสร้างคอนโดมิเนียมมาแล้ว 2 โครงการ ส่วนงานก่อสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม อาทิ ปิโตเคมี ต่างๆ คาดจะมีมูลค่าการลงทุนที่เติบโตมากกว่าธุรกิจที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันผู้รับเหมาที่ชำนาญทางด้านก่อสร้างโครงการปิโตรเคมีมีจำนวนน้อย ทำให้ตลาดรับเหมากลุ่มนี้จะมีอัตราการเติบโตที่สูงสุดในตลาดรวม “ผลกระทบจากการลอบวางระเบิดไม่น่ากระทบการลงทุนในนิคมอุตฯ เพราะนักลงทุนมองระยะยาว ส่วนที่กำลังมองหาที่ดินก่อสร้างโรงงานอาจชะลอบ้าง ส่วนที่ลงทุนไปแล้วคงต้องเดินหน้าต่อไป ”
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|