“อภัย”นำสภาแรงงานเข้าพบ“สุรยุทธ์” : SIAMHRM.COM

“อภัย”นำสภาแรงงานเข้าพบ“สุรยุทธ์”




นายกฯรับปากช่วยเหลือทุกด้าน วอนร่วมมือแก้ปัญหาประเทศ ยันรัฐบาลเข้ามาเพื่อร่าง รธน.ให้เสร็จปลายปีเท่านั้น ไม่มีจุดมุ่งหมายอื่น

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงาน ได้นำผู้แทนสภาองค์การนายจ้าง สภาองค์การลูกจ้าง และสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมด้วยกรรมการไตรภาคี ในสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้าพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่ออวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยนายอภัย ได้เป็นตัวแทนผู้นำแรงงาน กล่าวกับนายกรัฐมนตรีในตอนหนึ่งว่า พวกเราจะยืนเคียงข้างการทำงานของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลได้ใช้เวลาในการบริหารประเทศอย่างเต็มที่

จากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ ได้กล่าวกับตัวแทนสหภาพแรงงานฯ ที่เข้าพบว่า กำลังใจที่ท่านทั้งหลายมอบให้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้รัฐบาลมีกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป ตนตั้งใจที่จะพบกับทุกคนมานานแล้วตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเจตนารมย์ในการทำงานพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นของทุกคนเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ในปี 2549 ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลก็ต้องการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ และความร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและสถานการณ์ในภาคใต้ หลักสำคัญคือการเข้ามาเพื่อวางรากฐานในด้านต่างๆ เช่น การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้เดินไปสู่จุดมุ่งหมายในปลายปีนี้ที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่คนส่วนใหญ่เห็นชอบ จากนั้น ก็จะมีการดำเนินการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

“ รัฐบาลไม่ได้มีความมุ่งหมายเป็นอย่างอื่นเลย เราต้องการดำเนินการในส่วนนี้เพื่อให้บรรลุผลตามกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับช่าวคราว และเราพยายามทำงานให้มีความคืบหน้ามากที่สุด เวลาการทำงานของรัฐบาลมีไม่มากนัก แต่มีภารกิจที่สำคัญ ดังนั้นเราต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย และขอให้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นแนวทางการบริหารประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงของประเทศและรัฐบาลก็พร้อมรับฟังปัญหาของทุกคน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานอยู่จำนวน 37 ล้านคน ซึ่งถือว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะดูแลและส่งเสริมในทุกๆด้าน ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานจะผลักดันแผนและยุทธ์ศาสตร์ด้านแรงงานให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ และจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ โดยยึดหลักการเหตุผลและความรอบคอบ และในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบก็จะเข้ามาสร้างความปรองดอง สร้างความสมานฉันท์กับกลุ่มบุคคลที่มีความเห็นที่ขัดแย้ง ซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่ม โดยรัฐบาลถือว่าทำหน้าที่อยู่ตรงกลางที่ต้องรับภาระแรงกดดันจากทั้ง 2 กลุ่มนี้ ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่เข้ามาทำหน้าที่รับแรงกดดันดังกล่าว ก็จะเกิดการกระทบกระทั่งกันเหมือนเหตุการณ์เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา ก็จะทำให้เกิดปัญหากับบ้านเมืองไม่รู้จบ รัฐบาลตระหนักดีว่าจะต้องรับภาระตรงนี้และต้องมีความอดทนตั้งแต่ต้นเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย สร้างความสมานฉันท์ สันตุสุขให้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการระหว่างการพบปะกับตัวแทนสหภาพแรงงานฯ นายศิริชัย ไม้งาม เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสำคัญ (สรส.) ได้ยื่นหนังสือต่อพล.อ.สุรยุทธ์ ขอให้ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ออกในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะกิจการด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชน และรัฐบาลที่ผ่านมาได้ใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ในการแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง นำรัฐวิสาหกิจไปชายในตลาดหลักทรัพย์ จนประชาชนออกมาชุมนุมคัดด้าน จึงขอให้รัฐบาสลชุดนี้เสนอยกเลิกพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต่อสภานิติบัญญํติแห่งชาติต่อไป

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM