|
| พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน | |
 |
ประธานคมช.เปิดใจครั้งแรกสาเหตุแท้จริงในการยึดอำนาจเพราะต้องการเปลี่ยนจาก "ระบอบเศรษฐกิจทุนนิยม"ที่ครอบงำสังคมไทยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ส่วน 4 เหตุผลที่เคยระบุถือเป็นเรื่องรอง ย้ำอึดอัดกับทุนสิงคโปร์ในไทย กระทบความมั่นคงเตรียมถกรัฐบาลในภาพรวมทั้งหมดเร็วๆนี้ วันนี้(18 ม.ค.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ให้สัมภาษณ์รายการ "สภาท่าพระอาทิตย์" ทางเอเอสทีวี เมื่อตอนเช้า ย้ำว่า แม้ว่าในความสัมพันธ์ทางทหารจะถือว่ายังดีอยู่ แต่มีความรู้สึกอึดอัดเหมือนกับคนไทยทั้งประเทศในเวลานี้โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจที่ไทยมีความมีความสัมพันธ์กับสิงคโปร์ ซึ่งต่อไปนี้ทางคณะกรรมการร่วมระหว่างคมช.กับรัฐบาลจะหารือกันในภาพรวมทั้งหมดอย่างใกล้ชิดในเร็วๆนี้ เมื่อถามถึงแนวโน้มการทบทวนการให้สิงคโปร์เช้าฐานทัพในประเทศไทยหรือไม่ ประธานคมช.ย้ำว่า ผลประโยชน์ของชาติมีหลายมิติ ซึ่งเวลานี้เรากังวลในเรื่องของความมั่นคง "เรากังวลในเรื่องของดาวเทียม เรื่องโทรศัพท์ หรือสัมปทาน เราหนักใจ เพราะเวลานี้เราต้องใช้ผ่านตรงนั้น คิดว่ารัฐบาลต้องพิจารณาเรื่องนี้แน่นอน ที่ผ่านมาได้คุยกับประธานบอร์ดองค์การโทรศัพท์ไปแล้ว และต่อิไปจะหารือกับรัฐบาลในภาพใหญ่กันอีกครั้ง" พล.อ.สนธิ ระบุและว่า เวลานี้ระบบโทรศัพท์ในบ้านเราต้องผ่านชุมสายไม่ใช่ของประเทศเรา เป็นของต่างชาติ ทำให้เรารู้สึกเป็นกังวล พล.อ.สนธิ กล่าวถึงการเดินทางไปเยือนประเทศจีนในวันที่ 21-24 ม.ค.นี้ ว่า ทางประเทศจีนได้เชิญมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาติดภารกิจจึงยังไม่มีโอกาสได้เดินทางไป และย้ำว่าที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทย-จีนถือว่าดีมาก เขาเข้าใจเราดี แม้กระทั่งในช่วงเหตุการณ์ปฏิรูปฯ ซึ่งทางทูตจีนในประเทศไทยมีความคุ้นเคยกับเราเขาวิเคราะห์สถานการณ์ถูก ผู้ดำเนินรายการได้สอบถามถึงเรื่องใบปลิว ที่กำลังแพร่ระบาดในเวลานี้โดย พล.อ.สนธิ กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่ลักษณะเหมือนไม่ใช่เป็นฝีมือของคนมุสลิมเขียน เพราะมีลักษณะหวังผลทางการเมือง เพราะบางครั้งใบปลิวไปจากรุงเทพก็มี ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ประธานคมช.ยังได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าสาเหตุที่แท้จริงในการยึดอำนาจครั้งนี้ว่ามีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงจาก "ระบอบเผด็จการทุนนิยม" ไปเป็น ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อย่างแท้จริง ส่วนเรื่องเหตุผลหลัก 4 ข้อ ที่ระบุก่อนหน้านี้ยังถือเป็นเรื่องรองลงไป พล.อ.สนธิ ย้ำว่าในการเดินทางไปเยือนจีนในช่วงวันที่ 21-24 ม.ค.นี้จะไม่ได้พบ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีข่าวว่าอยู่ที่นั่น โดย พล.อ.สนธิ กล่าวว่า รู้ข่าวมาว่าในช่วงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปญิปุ่น "แต่ผมคิดว่าถ้าได้พบกันก็ดีเหมือนกันจะได้พูดกันให้รู้เรื่องกันไปเลย เพราะถ้าพบกันข้างนอกน่าจะดีกว่าข้างใน" พล.อ.สนธิ กล่าวอย่างติดตลก ถามถึงบทบาทของ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ถูกวิจารณ์ถึงการทำงาน พล.อ.สนธิกล่าวว่า ทุกอย่างตนจะยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักและมาก่อนเสมอ ส่วนการทำงานหรืออำนาจในการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องพิจารณาดำเนินการ ในตอนท้ายผู้ดำเนินรายการได้สอบถามว่าเวลาที่เหลือคิดว่าสามารถดำเนินการได้ตามที่มุ่งหวังเอาไว้หรือไม่ ประธานคมช.กล่าวว่า "ผมรู้ว่าพวกท่านคิดอะไร แต่ผมขอบอกว่าผมได้คิดไว้หมดแล้ว และขอบอกว่าคิดดีแน่นอน" ก่อนหน้านี้ พล.อ.สนธิ กล่าวแสดงความวิตกกับเรื่องความมั่นคง ที่กล่าวในทำนองว่าไทยกำลังถูกคุกคามและถูกครอบงำจากสิงคโปร์โดยมีคนไทยขายชาติบางคนร่วมมือ ขณะเดียวกันได้แจ้งเตือนไปยังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ให้ระวังการดักฟังโทรศัพท์ด้วย
แหล่งข่าว :หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |