นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในโอกาสพบปะกับผู้ประกอบการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา ใน 4 อำเภอ คือ จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา ว่า การที่มาพบปะในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ที่ให้กระทรวงแรงงานเข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดดังกล่าว โดยสิ่งที่ได้รับฟังมาจากผู้ประกอบการ คือ มีความต้องการสิ่งจูงใจเพื่อให้การดำเนินธุรกิจอยู่รอดในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น ขอขยายเวลาในการส่งเงินประกันสังคม ขอลดค่าใช้จ่ายสำหรับค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตทำงานของคนต่างด้าว เป็นต้น
นายอภัย กล่าวว่า สำหรับข้อร้องขอของผู้ประกอบการมีอยู่หลายประการที่เป็นข้อกฎหมาย ซึ่งจะต้องดูให้รอบคอบ เพราะการจะปรับ-เปลี่ยนก็ต้องดำเนินการโดยใช้ข้อกฎหมายเช่นกัน ทั้งนี้ เสียงสะท้อนที่ได้รับจากผู้ประกอบการ เห็นว่าสถานศึกษายังผลิตแรงงานได้ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยกระทรวงแรงงานก็พร้อมที่จะเชื่อมต่อกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้การผลิตคนตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่จะจบการศึกษาในภาคการศึกษาหน้าในราวเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ประมาณ 300,000 คน โดยจะมีส่วนหนึ่งที่เรียนต่อ ทั้งนี้ สถิติที่ผ่านมาจะมีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานในระดับ ปวช. ราวร้อยละ 17 และระดับ ปวส. ราวร้อยละ 20 ขณะนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงาน ซึ่งได้แก่ จัดหางาน และสถาบัน/ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จะได้เร่งทำการตรวจสอบความต้องการของสถานประกอบการกับภาคการศึกษา ว่ามีความเหมาะสมสอดคล้องต้องกันอย่างไร และเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ เพื่อให้เกิดความเหมาะเจาะพอดี และนำแรงงานเข้าทดแทนในส่วนที่ขาดแคลนได้
ส่วนการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด ซึ่งถือเป็นวงพิเศษนอกเหนือจากกลุ่มปกติ คาดว่าจะเปิดให้มีการจดทะเบียนได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังจากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) และ ครม.แล้ว
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ