ขณะที่นายสุภัท กุขุน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การเข้าพบของอุปทูตซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ เป็นการเข้าเยี่ยมคารวะแนะนำตัวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ และแสดงเจตนารมณ์เรื่องความสัมพันธ์ด้านประชากร ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองและคดีอุ้มอุปทูตและนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย โดยแม้ระยะหลังจะมีแรงงานไทยไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียน้อยลงมาก จากในอดีตแรงงานไทยไปทำงานเป็นแสน ๆ คน เหลือปัจจุบันไม่กี่พันคน แต่ซาอุดีอาระเบียก็ให้การดูแลแรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่อย่างดี รวมทั้งต้อนรับการเดินทางของคนไทยมุสลิมที่ไปร่วมพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดีอาระเบีย จึงมีโอกาสที่ไทยกับซาอุดีอาระเบียจะฟื้นความสัมพันธ์ในการจัดส่งแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย กระทรวงแรงงานมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมให้แรงงานมีฝีมือไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น แต่ไม่ส่งเสริมให้ไปทำงานกรรมกร เพราะประเทศไทยก็ยังขาดแคลนงานด้านนี้อยู่แล้ว และรายได้จากงานกรรมกรที่ซาอุดีอาระเบียก็ไม่ต่างกับทำงานในไทย
ด้านนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีอุ้มอุปทูตและนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ขณะนี้ประสานการทำงานระหว่างไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งดีเอสไอเร่งทำคดีเพราะคดีใกล้ขาดอายุความ โดยจะส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปประเทศซาอุดีอาระเบีย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ