จี้ส.ส.ร.สนใจภาคพลเมืองเสนอแนวเพิ่มอำนาจปชช. : SIAMHRM.COM

จี้ส.ส.ร.สนใจภาคพลเมืองเสนอแนวเพิ่มอำนาจปชช.




ครป.ติง ส.ส.ร.และกมธ.ยกร่างรธน.มัววุ่นอยู่กับการแก้ปัญหาการเมืองภาคนักการเมือง โดยไม่สนใจการพัฒนาภาคพลเมือง เรียกร้องเร่งทำประเด็นภาคประชาชน ทั้งการเพิ่มอำนาจ สิทธิชุมชน สื่อชุมชน รัฐสวัสดิการ เพื่อสอบถามประชาชน ด้าน วปช.เสนอตั้งสหภาพแรงงานทุกวงการณ์ ห้ามริดรอนสิทธิสือทุกแขนง รวมทั้งอินเทอร์เน็ท และวิทยุชุมชน
       
       นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลง วานนี้ (11 ก.พ.) ถึงการร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ว่า ส.ส.ร.ยังอยู่ในวังวนของการแก้ปัญหาของบ้านเมือง โดยเฉพาะ ในภาพรวมทั้ง ส.ส.ร.และคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เปิดเวทีรับฟังความเห็นของภาค ประชาชนอย่างจริงจัง ที่ผ่านมจึงเห็นแต่บรรดา ส.ส.ร.แข่งขันกันกำหนดประเด็นชี้นำสังคมรายวัน และดูเหมือนมีข้อสรุปในบางประเด็นไปแล้วด้วยซ้ำ ทั้งที่กระบวนการรับฟังความเห็นของภาคประชาชนยังไม่ได้ริเริ่มอย่างเป็นรูปธรรม
       
       ทั้งนี้การกำหนดประเด็นและเนื้อหาของ ส.ส.ร.เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนรวมทั้งหมดทั้ง 28 ประเด็นนั้น สาระสำคัญเกือบทั้งหมดยังอยู่ในวังวนของการ แก้ปัญหาการเมืองภาคนักการเมือง โดยเฉพาะการกำหนดกลไกลและมาตรการ ในการกำกับและควมคุมนักเลือกตั้งเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น การลดจำนวน ส.ส. การเลิกระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลีสต์) การกำหนดวาระนายกฯและรัฐมนตรี ที่มา ของ นายกฯ และ ส.ว.เป็นต้น
       
       “แม้ประเด็นเหล่านี้จำเป็นต่อกระบวนการปฏิรูปการเมืองก็ตาม แต่ถ้า ส.ส.ร. และ กมธ.ยกร่างฯ วางน้ำหนักไว้เฉพาะการเมืองภาคนักการเมืองจะทำให้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ไม่นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองและออกแบบการเมืองใหม่ได้อย่างแท้จริง”
       
       นายสุริยะใส กล่าวว่า ส.ส.ร.และกมธ.ยกร่างฯ ยังไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองหรือการเมืองภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการกำหนดกลไกหรือมาตรการเพื่อสร้างความเข้มแข็งและประสิทธิภาพให้กับเมืองภาคพลเมืองหรือการเมืองภาคประชาชนยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองภาคประชาชนยังถูกทำให้คลุมเครือขาดมาตรการที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจ สิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วม ยังเป็นเพียงหลักการกว้างๆ ทั้ง ส.ส.ร.และ กมธ.ยกร่างฯ ไม่กล้ากำหนดประเด็นที่ก้าวหน้าและมีความชัดเจนเพื่อสอบถามความเห็นจากประชาชนแต่อย่างใด
       
       ดังนั้น ครป.จึงขอเรียกร้องให้ ส.ส.ร.และกมธ.ยกร่างฯ จัดทำรายละเอียด หรือทำภาคขยายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองภาคประชาชนให้เป็นรูปธรรม เพื่อนำไปรับฟังความเห็นของภาคประชาชนในวงกว้าง เช่น มาตรการเพิ่มอำนาจประชาชน การมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบ สิทธิชุมชน สื่อชุมชน รูปแบบรัฐสวัสดิการ การกระจจรายอำนาจ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ การสนับสนุนงบประมาณต่อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ กมธ.ยกร่างฯและ ส.ส.ร. ควรกำหนดมาตรการ สอบถามความเห็นภาคประชาชนมากกว่าเขียนไว้ในลักษณะคลุมเครือ
       
       วันเดียวกันเครือข่ายเวทีประชาธิปไตยประชาชน (วปช.) ซึ่งทำงานรวบรวม ประเด็นการปฏิรูปการเมืองและสังคมจากเครือข่ายภาคประชาชนทุกส่วน นำโดยนาย จอน อึ๊งภากรณ์ ผู้ประสานงานเวทีฯ แถลงข่าวหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนว่า ที่ประชุมมีข้อเสนอ เกี่ยวกับประชาชนว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยเสนอว่าการร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการรวมตัวทางการเมือง และการเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยของประชาชน โดยมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธ ปราศจากความรุนแรง ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตไม่ต้องถูก แทรกแซงและรัฐควรจะต้องอำนวยความสะดวกทุกประการและผู้ชุมนุมต้องได้รับความคุ้มครอง นอกจากนี้การตั้งพรรคการเมืองควรเปิดกว้างให้ตั้งโดยสะดวก ไม่ต้องมีการจดทะเบียน เพราะเป็นอุปสรรคและกฎเกณฑ์ที่มาจำกัดสิทธิของประชาชน
       
       นายจอน กล่าวว่า ในเรื่องสิทธิของผู้ใช้แรงงาน ตั้งจัดตั้งสหภาพแรงงาน ในทุกกลุ่มการทำงานโดยไม่ถูกจำกัด ทั้วงการตั้งสหภาพแรงงาน ในส่วนราชการ สื่อมวลชน อาจารย์มหาวิทยาลัย แรงงานต่างด้าว โดยกรรมการสหภาพ และผู้นำแรงงาน ต้องถูกคุ้มครองไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งหรือไล่ออกจากงาน หลังจากการทำหน้าที่เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิของแรงงาน ทั้งนี้ผู้ใช้แรงงานทุกประเภทควรมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการนัดหยุดงานได้ โดยโรงงานควรจะต้องส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยให้ผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมที่สำคัญในการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสถานประกอบการ
       
       นอกจากนี้ที่ประชุมมีข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน โดยให้ มีมาตรา ที่รวมสิทธิเสรีภาพหลายๆ ด้านเข้าด้วยกันดังเช่น Bill of Rights หรือ กฎหมายแห่งสิทธิเสรีภาพ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพในการพูด การแสดงออก ของสื่อมวลชนและของประชาชน ทั้งนี้การตรวจสอบอำนาจรัฐก็ต้องถือเป็นสิทธิตามธรรมชาติของประชาชนที่รัฐไม่อาจออกกฎหมายใดมาละเมิดสิทธิดังกล่าวได้
       
       “ควรปรับบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ที่มิให้ลิดรอนเสรีภาพโดยการสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ โดยที่ประชุมเสนอว่าควรมีการบัญญัติเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าห้ามการสั่งปิดกั้นสื่อมวลชนทุกแขนง รวมถึง ภาพยนตร์ อินเตอร์เนทและวิทยุชุมชนด้วย”
       
       นอกจากนั้นที่ประชุมได้เสนอว่า การรวบรวมรายชื่อของประชาชนเพื่อเสนอ ร่างกฎหมายจากเดิมต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นรายชื่อ ควรจะลดลงให้เหลือ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นรายชื่อ เพื่อที่ความเป็นไปได้ที่ประชาชนจะให้วิธีการตามรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะมีมากขึ้น
       
       นายจอน กล่าวว่าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จะมีการชุมนุมไฮด์ปาร์ค ตอนเช้าที่หน้ารัฐสภาและจะเอาข้อสรุปของที่ประชุมบางส่วนไปเสนอ ส.ส.ร.ด้วย ทั้งนี้เวทีชุมนุมดังกล่าวเป็นไปโดยเปิดกว้างต่อทุกภาคส่วน

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM