จับตาแรงงานอพยพหนีภัยแล้ง เหยี่อ...ม็อบอันตราย : SIAMHRM.COM

จับตาแรงงานอพยพหนีภัยแล้ง เหยี่อ...ม็อบอันตราย




สถานการณ์ทางการเมืองได้เพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวให้เกิดความรุนแรงภายในบ้านเมือง และมีความพยายามที่จะสร้าง แนวร่วมเพื่อขยายวงกว้างออกไป ประกอบกับในห้วงเวลานี้มีกลุ่มแรงงานอพยพที่ประสบภัยแล้ง และกำลังเคลื่อนย้ายเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ นับ 100,000 คน อาจตกเป็นเหยื่ออันโอชะของกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่จะใช้เล่ห์กลต่างๆ นานา

ดึงฝูงชนเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง และหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่า น่าเสียวไส้ยิ่งนัก... การอพยพของแรงงานในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร ในช่วงฤดูแล้งนั้น ถือเป็นเรื่องปกติทุกปี แต่สำหรับ ปีนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะมีกระแสข่าวเล็ดลอดออกมาว่า กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเขย่าสถานการณ์การเมืองอยู่ในขณะนี้ โดยมีแผนการที่จะดึงแรงงานอพยพเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประ โยชน์ต่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง

สำหรับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามองในขณะนี้มีประมาณ 15 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มพิราบขาว 2006 นำโดย นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล ที่ต้องการจัดปราศรัยแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลและคมช. คืนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549 ให้กลับมาใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 จัดให้มีการเลือกตั้งใน 60 วัน หรือ 90 วัน 2.กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ นำโดยนายวราวุธ ฐานังกรณ์

มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเวทีปราศรัยโจมตีการบริหารงานของ รัฐบาล คมช. ตลอดจนผู้อยู่เบื้องหลัง การทำรัฐประหาร 3.กลุ่ม 19 กันยาต้านรัฐประหาร นำโดย นายโชติ ศักดิ์ อ่อนสูง นายสมบัติ บุญงาม อนงค์ นายอุเชนทร์ เชียงแสนนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ น.พ.เหวง โตจิราการ และ น.ส. ชนกาญจน์ พันธุ์เดิมวงศ์ โดยมีวัตถุประสงค์

เพื่อจัดเวทีปราศรัยการบริหารงานของรัฐบาลและคมช. และผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร 4.กลุ่มครูมัธยมศึกษา ตำรวจมีข้อมูลว่าตัวแทนครูมัธยมศึกษาจากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 10 คน ที่ออกมาเคลื่อนไหวขอแยกตัวจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาสังกัดสำนักงานมัธยมศึกษา หน่วยงานใหม่ 5. กลุ่มองค์กรคนไทยรักชาติ เรียกร้องให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ นำโดย นางหทัยชนก วงศ์โพธิ์ มีวัตถุประสงค์ มุ่งโจมตีการทำงานคมช. ประธานองคมนตรี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร และผู้ว่าฯกทม.

6.กลุ่มเครือข่ายเพื่อประชาชน คัดค้านการเปิดเสรีทางการค้ากับต่างชาติ 7.กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) นำโดยนายชรินทร์ ดวงดารา เรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินเกษตรกร 8.กลุ่มเครือข่ายองค์กรพัฒนาที่ดินเพื่อคนจนภาคใต้ นำโดย นายวิมล เชิดชูชน เรียกร้องให้ทางการปฏิบัติตามมติครม. วันที่ 26 ส.ค. 2546 ให้นำที่ดินทำกินของรัฐไปจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากจน ตามโครงการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจน 9.กลุ่มผู้ค้าสลาก 2-3 ตัว (หวยบนดิน) นำโดยนายวรวุฒิ กมลวิทยานนท์ ประธานชมรม เรียกร้องให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบกรณีมีคำสั่งให้สำนักงานกองสลากฯ งดจำหน่ายหวยบนดิน 10.กลุ่มเครือข่ายต่อต้านท่อก๊าซฉ่วย ร่วมกับชมรมกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาเอเชีย (FORUM-ASIA) Earth Rights International และนักศึกษาพม่า นำโดยนายวง อ่อง ผู้ประสานงานสากลจากขบวนการต่อต้านท่อก๊าซฉ่วย

11.กลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) นำโดยนายประพาส โงกสูงเนิน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาการปลดหนี้ของเกษตรกรที่รัฐบาลสัญญาว่าจะแก้ไข แต่ยังแก้ไม่ได้ 12.กลุ่มสภาเกษตรกรภาคเหนือและภาคกลาง นำโดยนายสง่า กาศสนุก เรียกร้องให้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเร่งรัดแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร 13.กลุ่มมูลนิธิเพื่อนหญิง ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำร่างพ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ เข้าพิจารณา 14.ความเคลื่อนไหวการรับสมัครเลือกตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ15.กลุ่มผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ เพื่อจัดปราศรัยและรวบรวมคนที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารของคมช. การบริหารงานของรัฐบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยและต่อต้านการรัฐประหาร ปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ปฏิเสธการใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบ

การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ 15 กลุ่มนั้นได้ถูกจับตามองจากคมช.และสำนักงานข่าวกรองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มของผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี ที่มี นายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นแกนนำ และกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปัญหาเกษตรกร นั้น จะถูกเอกซเรย์มากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะมีความใกล้ชิดกับแรงงานอพยพที่กำลังเคลื่อนย้ายเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ

ไม่เพียงเท่านั้น การเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบการเมืองในช่วงนี้ ยังสอดรับกับการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยล่าสุดออกมาจ้อผ่านทางเวบไซต์ www.hi-thaksin.net ที่ระบุว่า พลังประชาชนผู้ที่รัก เชื่อมั่น และศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำลังหล่อหลอมรวมพลังกาย พลังใจ เข้าต่อสู้กับมารร้ายที่มาทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จนเป็นที่ครั่นคร้ามของมารร้าย และสมุนเป็นที่ยิ่ง จึงมีการทำทุกวิถีทางที่จะทำลายพลังบริสุทธิ์ของประชาชนผู้กล้า แต่เชื่อว่า การสกัดกั้นพลังประชาชนผู้ที่รัก เชื่อมั่น และศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะไม่มีวันสำเร็จ

แม้ว่ากลุ่มต่างๆจะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองกันมากขึ้นในช่วงนี้ แต่สำหรับมุมมองของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการกองทัพบก และในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กลับมองว่าเป็นเรื่องปกติของลักษณะนิสัยของคนไทยที่ต้องการแสดงออกทางการเมือง ส่วนการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นต้องให้ทางตำรวจ และทหารในพื้นที่ รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นตัวคอยช่วยแก้ปัญหา ทางด้านกองทัพบกและรัฐบาล จะต้องค้นหาข้อมูลข่าวสารต่างๆที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อไป

ในขณะที่ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ออกมาขอร้องประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมแยกแยะให้ออก โดยพิจารณาให้ดีว่า การชุมนุมดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร และการชุมนุมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มีสาระ หรือเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองหรือไม่ หากวิเคราะห์แล้วพบว่า ไม่มีอะไรดีขึ้นต่อบ้านเมืองหรือรัฐธรรมนูญ ก็ขออย่าไปร่วมชุมนุมเลย เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองของแกนนำกลุ่มการเมืองต่างๆนั้น มีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของแรงงานอพยพนับแสนคนที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ และหากว่าแรงงานเหล่านี้ถูกชักนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่น วายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ก็ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มคนเหล่านี้สามารถถูกปลุกพลังให้รุกฮือขึ้นมาได้โดยง่าย แต่เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมดังนั้น คมช.และรัฐบาล ควรหามาตรการตัดไฟแต่ต้นลม ก็จะเป็นหนทางดีที่สุด ในยามนี้

เพื่อจัดเวทีปราศรัยการบริหารงานของรัฐบาลและคมช. และผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร 4.กลุ่มครูมัธยมศึกษา ตำรวจมีข้อมูลว่าตัวแทนครูมัธยมศึกษาจากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 10 คน ที่ออกมาเคลื่อนไหวขอแยกตัวจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาสังกัดสำนักงานมัธยมศึกษา หน่วยงานใหม่ 5. กลุ่มองค์กรคนไทยรักชาติ เรียกร้องให้บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ นำโดย นางหทัยชนก วงศ์โพธิ์ มีวัตถุประสงค์ มุ่งโจมตีการทำงานคมช. ประธานองคมนตรี พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร และผู้ว่าฯ กทม.

6.กลุ่มเครือข่ายเพื่อประชาชน คัดค้านการเปิดเสรีทางการค้ากับต่างชาติ 7.กลุ่มเครือข่าย หนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) นำโดยนาย ชรินทร์ ดวงดารา เรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน เกษตรกร 8.กลุ่มเครือข่ายองค์กรพัฒนาที่ดินเพื่อ คนจนภาคใต้ นำโดย นายวิมล เชิดชูชน เรียกร้อง ให้ทางการปฏิบัติตามมติครม. วันที่ 26 ส.ค. 2546 ให้นำที่ดินทำกินของรัฐไปจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากจน ตามโครงการแก้ไขปัญหาสังคม และความยากจน 9.กลุ่มผู้ค้าสลาก 2-3 ตัว (หวยบนดิน) นำโดยนายวรวุฒิ กมลวิทยานนท์ ประธานชมรม เรียกร้องให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบกรณีมีคำสั่งให้สำนักงานกองสลากฯ งดจำหน่ายหวยบนดิน 10.กลุ่มเครือข่ายต่อต้านท่อก๊าซฉ่วย

ร่วมกับชมรมกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาเอเชีย (FORUM-ASIA) Earth Rights International และนักศึกษาพม่า นำโดยนายวง อ่อง ผู้ประสานงานสากลจากขบวนการต่อต้านท่อก๊าซฉ่วย 11.กลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) นำโดยนายประพาส โงกสูงเนิน เรียก ร้องให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาการปลดหนี้ของเกษตรกรที่รัฐบาลสัญญาว่าจะแก้ไข แต่ยังแก้ไม่ได้ 12.กลุ่มสภาเกษตรกรภาคเหนือและภาคกลาง นำโดยนายสง่า กาศสนุก เรียกร้องให้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเร่งรัดแก้ไขปัญหาหนี้สินและฟื้นฟูชีวิตเกษตรกร 13.กลุ่มมูลนิธิเพื่อนหญิง ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนสภานิติบัญญัติแห่ง ชาติ นำร่างพ.ร.บ.ควบคุมแอลกอฮอล์ เข้า พิจารณา

14.ความเคลื่อนไหวการรับสมัครเลือกตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ 15.กลุ่มผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายเกรียงกมล เลาหะไพโรจน์ เพื่อจัดปราศรัยและรวบรวมคนที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารของคมช. การบริหารงานของรัฐบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยและต่อต้านการรัฐประหาร ปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ปฏิเสธการใช้อำนาจรัฐโดยไม่ชอบ การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ 15 กลุ่มนั้นได้ถูกจับตามองจากคมช.และสำนักงานข่าวกรองอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะกลุ่มของผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี ที่มี นายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นแกนนำ และกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปัญหาเกษตรกรนั้น จะถูกเอกซเรย์มากกว่ากลุ่มอื่นๆ เพราะมีความใกล้ชิดกับแรงงานอพยพที่กำลังเคลื่อนย้ายเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ไม่เพียงเท่านั้น การเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบการเมืองในช่วงนี้ ยังสอดรับกับการเคลื่อน ไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

อดีตนายกรัฐมนตรี โดยล่าสุดออกมาจ้อผ่านทางเว็บไซต์ www.hi-thaksin.net ที่ระบุว่า พลังประชาชนผู้ที่รัก เชื่อมั่นและศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำลังหล่อหลอมรวมพลังกาย พลังใจ เข้าต่อสู้กับมารร้ายที่มาทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จนเป็นที่ครั่นคร้ามของมารร้าย และสมุนเป็นอย่างยิ่ง จึงมีการทำทุกวิถีทางที่จะทำลายพลังบริสุทธิ์ของประชาชนผู้กล้า แต่เชื่อว่า การสกัดกั้นพลังประชาชนผู้ที่รัก เชื่อมั่น และศรัทธาการปกครองระบอบประชา ธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะไม่มีวันสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวทางการเมืองของแกนนำกลุ่มการเมืองต่างๆ นั้นมีความสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของแรง งานอพยพนับแสนคนที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ และหากว่าแรงงานเหล่านี้ถูกชักนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ก็ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มคนเหล่านี้สามารถถูกปลุกพลังให้ลุกฮือขึ้นมาได้โดยง่าย แต่เป็นเรื่องยากที่จะควบคุม ดังนั้น คมช.และรัฐบาล ควรหามาตรการตัดไฟแต่ต้นลม ก็จะเป็นหนทางดีที่สุดในยามนี้

 

แหล่งข่าว : สยามธุรกิจ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM