เจ้าผู้ครองรัฐดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เผยกับ นายนิตย์ พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วานนี้ (23) ว่า สนใจให้ไทยร่วมสร้างประเทศ โดยเฉพาะด้านการก่อสร้าง ทั้งยังอยากสนับสนุนแรงงานฝีมือของไทย ที่ถือว่าเป็นแรงงานที่มีคุณภาพสูงที่สุด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เดินทางเข้าพบ เชกห์ โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมักตูม เจ้าผู้ครองรัฐ รองประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีแห่งดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี วานนี้ (23) ในการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งแรก นับแต่เข้ารับตำแหน่ง
ขณะที่ เจ้าผู้ครองรัฐดูไบ ได้ตรัสว่า ทรงสนพระทัยให้ไทยเข้ามาร่วมสร้างบ้านเมืองของดูไบที่กำลังขยายตัวด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการลงทุนด้านก่อสร้าง สถาปนิก รวมถึงแรงงานไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,000 คน ให้เพิ่มขึ้น เพื่อสนองตลาดแรงงานที่ขยายวงกว้างอย่างมาก เนื่องจากทรงเห็นว่าแรงงานไทยเป็นแรงงานที่มีคุณภาพสูงที่สุด ทั้งด้านฝีมือ และความประพฤติ โดยจะมีการทำข้อตกลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายแรงงานต่อไปในอนาคตด้วย
นอกจากนี้ ในด้านธุรกิจการบริการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงพยาบาล บริหารจัดการโรงแรม สปา หรือแม้แต่พ่อครัว ไปจนถึงนักออกแบบก็เป็นสาขาที่ เชกห์ อัลมักตูม ทรงเปิดโอกาสให้ไทยเข้ามาดำเนินการในประเทศเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การบริการของไทย ด้านการท่องเที่ยว หรือโดยเฉพาะด้านการแพทย์ สาธารณสุขนั้น เป็นจุดเด่นที่สามารถดึงดูดชาวดูไบให้มาท่องเที่ยวในประเทศปีละหลายหมื่นคนทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย จึงอยากที่จะสนับสนุนแรงงานฝีมือของไทยให้เข้าไปทำงานในยูเออี เนื่องจากมีรายได้ดี และสภาพการทำงานที่ดีกว่า โดยเฉพาะสาขาที่ไทยถนัด อย่างเช่น แรงงานไทยที่ขุดอุโมงค์ใต้ดิน ร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น แต่ทั้งนี้ ปัญหาด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษก็ยังเป็นประเด็นสำคัญสำหรับแรงงานไทย ซึ่งจะต้องมีการประสานงานกับกระทรวงแรงงานเพื่อแก้ไขกันต่อไป
ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยกับยูเออี มีมูลค่าโดยรวมกว่า 8,500 ล้านดอลลาร์ โดยไทยส่งออกสินค้าไปยังยูเออีเป็นมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์ และนำเข้าสินค้าจากยูเออีเป็นมูลค่า 7,100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นยานยนต์ อะไหล่รถยนต์ เครื่องใช่ไฟฟ้า เหล็ก ผ้า อัญมณี เครื่องจักร เป็นต้น
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ