คลังตอกหมุด พิษสงการเมือง ฉุดการบริโภค-ลงทุนทรุดชนิดกู่ไม่กลับ ยังกั๊กแพ็กเกจลดภาษีปลุกภาคอสังหาฯ แจงรอฟังรัฐบาลแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ สนช. 15 พ.ค.นี้
เสียงกังวลเริ่มดัง ระบุหาก ศก.ต่ำกว่า 4% จะเกิดปัญหาว่างงานเพิ่ม บิ๊กภัทรจี้รัฐ-เอกชนเร่งลงทุน ขณะที่ ธปท.เผยผู้ประกอบการขยาดการเมืองป่วน เลื่อนลงทุนเป็นแถว รอหลังเลือกตั้งค่อยกลับมาใหม่
นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แถลงว่า เศรษฐกิจไทยเดือน มี.ค.ได้รับผลกระทบจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง ส่วนมาตรการลดภาษีเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ กำลังพิจารณาความเหมาะสม เพราะยังมีความเห็น 2 ฝ่ายที่มองไม่ตรงกัน ฝ่ายหนึ่ง ขอลดภาษี แต่อีกฝ่ายมองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีปัญหา
สำหรับการส่งออกเดือน มี.ค.ที่ขยายตัว 18.4% ยังเป็นปัจจัยหลักช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ส่วนการใช้จ่ายของรัฐบาลเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยรายจ่ายงบประมาณเดือน มี.ค.เบิกจ่ายได้ 1.399 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% ขณะที่รายได้จัดเก็บใกล้เคียงเป้าหมายที่ 1.033 แสนล้านบาท แต่ลดลง 3.0% บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัวลง
"มาตรการพยุงภาวะเศรษฐกิจที่ สศค.จัดทำนั้น จะมีการเสนอเข้า ครม. โดยรัฐบาลจะนำไปแถลงอย่างเป็นทางการในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 15 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นการแถลงผลงานของรัฐบาลต่อ สนช." นางพรรณีกล่าว
นายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) กล่าวว่า แม้ขณะนี้ สศค.ยืนยันว่าเศรษฐกิจจะยังขยายตัวที่ 4-4.5% แต่การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดประมาณการเหลือ 3.8-4.8% เป็นการแสดงว่าเศรษฐกิจปี 2550 จะขยายตัวได้ในระดับใกล้เคียง 4% หรือ 3% กว่า
ทั้งนี้มีความกังวลว่า หากเศรษฐกิจขยายตัวไม่ถึง 4% จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในประเทศ โดยเฉพาะแรงงานจบใหม่ประมาณปีละ 7 แสนคน อาจจะได้รับการจ้างงานไม่เต็มจำนวน แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณเลวร้ายเกี่ยวกับเลิกจ้างแรงงานเดิม ซึ่งในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือ สศค.กำลังพยายามทำแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากเศรษฐกิจไทยโตไม่ถึง 4-5% ต่อเนื่องกันหลายปี ประเทศไทยอาจจะเกิดปัญหาว่างงานได้ ซึ่งในปีนี้บริษัทประเมินว่า จีดีพีไทยจะเติบโตเพียง 3.7% เท่านั้น
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีที่เหลือ รัฐบาลและภาคเอกชนควรเร่งลงทุนเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตได้ แต่ขณะนี้เอกชนยังไม่ลงทุน เพราะยังกังวลกับปัญหาการเมือง ประกอบกับนโยบายทางเศรษฐกิจรัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างกีดกันเงินลงทุนของต่างชาติ ทำให้ต่างชาติยังชะลอการลงทุนในไทย
ด้าน ธปท.รายงานโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจ ธุรกิจ ระหว่าง ธปท.และผู้ประกอบการทั่วประเทศจำนวน 170 ราย ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ส่วนใหญ่เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง สาเหตุสำคัญคือสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคลดลง และส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ภาคธุรกิจส่วนใหญ่เลื่อนแผนการลงทุนออกไปเพื่อรอดูความชัดเจนทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าบรรยากาศการลงทุนของไทยในระยะยาวยังดีอยู่ และเชื่อว่าการลงทุนจะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งหลังช่วงเลือกตั้ง.
แหล่งข่าว : ไทยโพสต์