“นพ.มงคล” ระบุ ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมจนต้องทำแท้งเป็นภัยของสังคม และสิ่งแวดล้อม ห่วงวัยแรงงานในย่านอุตสาหกรรมเสี่ยงสูง ด้านอธิบดีกรมอนามัย เผย สถิติหญิงเข้ารักษาจากภาวะแท้งในโรงพยาบาลเกือบ 46,000 คน ร้อยละ 28 เป็นการทำแท้ง ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 25 ปี ระบุ มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ถึงขั้นมดลูกทะลุ
นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์นำไปสู่การทำแท้ง ว่า การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ถือเป็นภัยของสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มวัยแรงงานโดยเฉพาะในย่านนิคมอุตสาหกรรม ยังมีปัญหาสังคมอื่นๆ เช่น มีการทำร้ายร่างกายกันสูงมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เมื่อหมดชั่วโมงทำงานมักจับกลุ่มกินเหล้า มีผู้พิการที่ไม่เกี่ยวกับเครื่องจักรสูงมาก จึงขอให้วัยแรงงานใช้เวลาในการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวอย่างมีสติเก็บหอมรอมริบจากการขายแรงงาน เพื่อสนับสนุนให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุขตลอดไปรู้จักการวางแผนครอบครัวเมื่อยังไม่พร้อมจะมีบุตร
ด้าน นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ทั่วโลกมีผู้หญิงเสียชีวิตจากการทำแท้งราว 50,000-100,000 คน ส่วนประเทศไทยมีความยากลำบากในการเก็บข้อมูล เพราะถือว่าการทำแท้งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ยกเว้นด้วยเหตุทางการแพทย์ จึงเป็นเพียงการเก็บข้อมูลจากหญิงที่เข้ารับการรักษาภาวะแทรกซ้อนจากการแท้งในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 787 แห่ง ซึ่งปี 2542 มีผู้เข้ารับการรักษาทั้งหมด 45,990 ราย พบว่า ร้อยละ 28.5 ของผู้เข้ารับการรักษามาจากการทำแท้ง มีอายุครรภ์ที่ทำแท้งเฉลี่ย 13.01 สัปดาห์ หรือราว 3 เดือน ในจำนวนนี้ร้อยละ 46.8 มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ขณะที่ร้อยละ 30 เป็นวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี
ส่วนเหตุผลการทำแท้งนั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.2 เกิดจากปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ร้อยละ 39.8 ทำแท้งเนื่องจากมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติของครรภ์ทารกในครรภ์เสียชีวิต และมารดามีปัญหาสุขภาพ ติดเชื้อเอชไอวี ถูกข่มขืน และติดเชื้อหัดเยอรมัน โดยหญิงทำแท้งที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล พบว่า ร้อยละ 28.8 มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจนมดลูกทะลุ การทำแท้งมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าการแท้งเองถึง 11 เท่า ซึ่งจากการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างทำแท้งพบผู้เสียชีวิตจากการทำแท้ง 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.11
นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการทำแท้ง คือ ติดเชื้อในกระแสเลือด อุ้งเชิงกรานอักเสบ ตกเลือดมาก จนต้องให้เลือดและมดลูกทะลุ การแก้ไขปัญหาทำแท้งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย สังคมต้องตระหนักการสร้างสายใยรักครอบครัว สร้างโอกาสให้เด็กได้ปรึกษาและมีการสร้างทักษะชีวิตรู้จักการปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนไปในทางที่ไม่ปลอดภัย เพิ่มทางเลือกให้หญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ทั้งบริการบ้านพักการดูแลก่อนคลอด ระหว่างคลอด และหลังคลอดเพิ่มคุณภาพบริการให้คำปรึกษาสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และให้คำปรึกษาก่อนและหลังทำแท้งทุกคน นอกจากนี้ ยังต้องเน้นการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่ดีที่สุด
แหล่งข่าว ; ผู้จัดการ