| เอเอฟพี/รอยเตอร์ – รัฐสภาสหรัฐฯและทำเนียบข่าวบรรลุข้อตกลง กำหนดมาตรฐานทางสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งจะบรรลุไว้ในข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ที่ทำกับต่างประเทศ เป็นการกรุยทางสู่การอนุมัติข้อตกลงการค้าที่ยังค้างคากับทางเปรู ปานามา โคลอมเบีย และเกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา (10) แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ร่วมกับสมาชิกรัฐสภาอาวุโส และเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐมนตรี เช่น เฮนรี่ พอลสัน รัฐมนตรีคลัง และซูซาน ชวาบ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จัดการแถลงข่าวระบุว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นการปูทางสู่การกำหนดนโยบายการค้าของสหรัฐฯ “อย่างเสรีและเป็นธรรม” ด้วยการกำหนดมาตรฐานด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อมลงในข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคี ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แสดงความยินดีกับรัฐสภา โดยกล่าวว่า เขาหวังให้ข้อตกลงนี้ช่วยกรุยทางไปสู่การอนุมัติข้อตกลงการค้าทั้ง 4 ฉบับที่ยังค้างคา และนำไปสู่การต่ออายุอำนาจฟาสต์แทรคของทำเนียบขาวในการเจรจาทำข้อตกลงการค้ากับชาติอื่นๆ ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ “การขยายโอกาสในการจำหน่ายสินค้าและบริการของสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างงานในอเมริกาให้ดำเนินต่อไป” บุชกล่าว ข้อตกลงฉบับนี้กำหนดให้ข้อตกลงเอฟทีเอที่สหรัฐฯยังทำค้างคากับทางโคลอมเบีย ปานามา เปรู และเกาหลีใต้ จะต้องระบุมาตรฐานขั้นพื้นฐานสำคัญ 5 ประการขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ซึ่งกำหนดอยู่ในหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานของไอแอลโอเมื่อปี 1998 ลงไปด้วย ได้แก่ สิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน สิทธิในการเจรจาต่อรองร่วม จำกัดการใช้แรงงานบังคับทุกรูปแบบ ห้ามการใช้แรงงานเด็ก และขจัดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน นอกจากนั้น ข้อตกลงนี้ยังระบุให้สหรัฐฯและประเทศคู่เจรจาทั้ง 4 ประเทศมีการบังคับใช้ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญระดับนานาชาติ 7 ฉบับ อาทิ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศในชนิดพันธุ์สัตว์และพืชป่าซึ่งใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และพิธีสารมอนทรีออลเพื่อการลดและเลิกการใช้สารทำลายชั้นโอโซน เป็นต้น รวมถึงยังกำหนดมาตรฐานด้านสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ความปลอดภัยของท่าเรือ การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลอีกด้วย ด้านชวาบ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯชี้ว่า ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการผ่าทางตันร่วมกันของสองพรรคครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่ทางกลุ่มธุรกิจแม้จะออกมาแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า แต่ย้ำว่าต้องการศึกษารายละเอียดอื่นๆก่อน นอกจากนั้น ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดอีกว่า ทางสมาพันธ์แรงงาน AFL-CIO ของสหรัฐฯจะสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ ชวาบกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ประเทศคู่เจรจาทั้ง 4 ชาติของสหรัฐฯต้องพิจารณารับรองการเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาของข้อตกลงการค้านี้ก่อน โดยสำหรับเปรูและปานามานั้นได้ลงนามรับรองไปแล้ว อย่างไรก็ตาม บรรดาสมาชิกรัฐสภาออกมาย้ำว่า แม้รัฐสภาและทำเนียบขาวจะมีการบรรลุข้อตกลงนี้ออกมา ก็มิได้หมายความว่าจะทำให้หนทางการต่ออายุอำนาจฟาสต์แทรคของทำเนียบขาวสามารถลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|