“อัมมาร” แฉโรงพยาบาลเอกชนเลือกสมาชิกประกันสังคม ผู้ใช้แรงงานไม่มีสิทธิเลือกโรงพยาบาล หากมีผู้ป่วยโรคร้ายโรงพยาบาลกลับปฏิเสธการรักษา อ้างไม่มีแพทย์เฉพาะทาง “ไพบูลย์” แนะกองทุนฯ ยึดหลักคุณภาพ ประสิทธิภาพ และคุณธรรม ชี้การจะให้กลายสถานะเป็นองค์กรมหาชนหรือไม่นั้น ฝ่ายที่ออกมาเรียกร้องต้องมีคำอธิบาย แต่รับการให้ออกจากระบบราชการเป็นเรื่องที่น่าพิจารณา
วันนี้ (15 มิ.ย.) องค์กรภาคีประกอบด้วยคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สำนักส่งเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดเวทีสาธารณะเรื่อง “ผ่าโครงสร้างประกันสังคม : สู่ประโยชน์ลูกจ้าง” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันกำหนดแนวทางในการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างระบบประกันสังคม
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ปาฐกถาเรื่อง “ปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมสู่การจัดสวัสดิการแรงงานอย่างพอเพียง” ว่า ขณะนี้ได้เกิดประเด็นที่หลายฝ่ายกำลังถกเถียงกันอยู่ นั่นคือการเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักประกันสังคม อย่างไรก็ตาม ต้องย้อนมาดูที่จุดมุ่งหมายเป็นอันดับแรกว่าเพราะสาเหตุใดจึงต้องการให้มีการปรับเปลี่ยน หรือไม่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยน ซึ่งผู้ที่เรียกร้องต้องมีคำมาอธิบายได้ ทั้งนี้ เป้าหมายของประกันสังคม คือ ต้องการให้ผู้ใช้แรงงานมีหลักประกันทางสังคม มีความมั่นคงในชีวิต เช่น เมื่อเจ็บป่วย มีค่าดูแลรักษาพยาบาลให้ ว่างงานก็มีการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ใช้แรงงานที่อยู่ในกองทุนประกันสังคมปัจจุบันประมาณ 9 ล้านคน และยังมีครอบครัวพวกเขาอีกด้วย ดังนั้น ถ้ากองทุนประกันสังคมมั่นคงจะส่งผลต่อสังคมให้มีความมั่นคงตามไปด้วย เพราะส่งเสริมการออมและการลงทุนซึ่งจะเป็นประโยชน์ โดยเป็นการออมภาคบังคับ ถือเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ทางธุรกิจ
นายไพบูลย์ กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกลไกที่เกิดขึ้นในระบบราชการเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ซึ่งการก่อเกิดประกันสังคมเป็นการพัฒนาที่ดี และสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือการจัดการโดยต้องยึดหลัก คุณภาพ ประสิทธิภาพ และคุณธรรม โดยการจัดการให้มีคุณภาพได้นั้นต้องบรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ 1.สถานภาพ ที่ตอนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของข้าราชการ ซึ่งหลายฝ่ายได้เสนอให้ปรับเป็นองค์กรมหาชน ซึ่งนับว่าน่านำมาพิจารณา หลักบริหารงานราชการทั่วไปอยู่ภายใต้เงินภาษีอากรของประชาชน แต่สำหรับกองทุนประกันสังคมเงินมาจากหลายฝ่ายทั้ง ผู้ใช้แรงงาน นายจ้างและรัฐ 2.คณะกรรมการ 3.ฝ่ายจัดการ คือ กระบวนการที่ได้มาซึ่งผู้บริหารซึ่งตรงนี้สำคัญมาก และ 4.วิธีการจัดการ
ด้าน ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า
ปัญหาของระบบประกันสังคมไทยในตอนนี้ คือ โรงพยาบาลเอกชนคัดเลือกคนเป็นสมาชิก แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ใช้แรงงานมีสิทธิที่จะเลือกได้ว่าตนจะเลือกรักษาที่โรงพยาบาลใด ดังนั้น เมื่อมีคนไข้หนัก เช่น มะเร็งกระดูก ทางโรงพยาบาลก็จะอ้างว่าไม่มีแพทย์เพียงพอในการรักษาจากนั้นก็จะโอนคนไข้ไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และอีกปัญหาหนึ่งคือการแสวงหาบุคลากร ที่มักจะถูกโรงพยาบาลเอกชนดึงตัวไปหมด ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามควรรัฐควรพยายามรักษาบุคลากรจุดนี้ไว้
ร.ศ. นิพนธ์ พัวพงศกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ในการปรับโครงสร้างใหม่เป็นองค์กรมหาชนนี้ควรมีการคลอบคลุมประกันสังคมอื่น ๆ เช่น กองทุนชราภาพ สำหรับลูกจ้างที่อยู่ในระบบ และลูกจ้างที่อยู่นอกระบบ เนื่องจากขณะนี้ประชากรแก่ตัวเร็วมาก ทำให้อนาคตอันใกล้นี้ มีคนรับประโยชน์ชราภาพ มากกว่าเงินสมทบ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงวิธีการแต่งตั้งกรรมการ ต้องให้นายจ้าง และลูกจ้าง มีส่วนร่วมในการคัดเลือก เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองโดยอนาคตจะต้องมีการปฎิรูปโครงสร้างการบริหารการประกันสังคมเพื่อผลประโยชน์ของลูกจ้างอย่างยั่งยืน
“ปัจจุบันปัญหาภาพรวมของระบบประกันสังคม คือแบ่งระบบประกันสังคมเป็น 3 มาตรฐาน ได้แก่ ชั้นที่ 1 ราชการ ชั้นที่ 2 ประกันสังคม และชั้นที่ 3 30 บาท ซึ่งใน 3 มาตรฐานนี้ให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่ได้รับการคุ้มครองมาตรฐานราชการเมื่อเกษียณอายุราชการก็ต้องถูกปรับให้ไปอยู่ในมาตรฐานที่ต่ำลงมา จึงอยากให้สังคมไทยใช้มาตรฐานระบบประกันสังคมในระดับเดียวกัน “
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะจบการเสวนาได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมรับฟังแถลงข้อเสนอ โดยสังเกตได้ว่าส่วนใหญ่ได้สนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสำนักงานกองทุนประกันสังคมไปเป็นองค์กรมหาชน
ที่มา : ผู้จัดการ