นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังนางยาเอล รูบินสไตน์ (Mrs.Yael Rubinstein) เอกอัครราชทูตอิสราเอล เข้าหารือเรื่องการจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศอิสราเอล ว่า ตนได้สั่งการให้กรมการจัดหางาน เตรียมทำ MOU กับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(IOM) ของประเทศอิสราเอล เพื่อให้โควต้าจ้างแรงงานไทยเพิ่ม3,000 คน ไปทำงานในภาคเกษตร อาทิ ปลูกผลไม้ พืชผัก ดอกไม้ เป็นต้น
"ปัญหาที่เรากังวลว่าจะจัดส่งไปทำงานในพื้นที่อันตราย โดยทูตอิสราเอลบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าวมีคนอิสราเอลทำอยู่แล้ว และหากทางการไทยไม่ให้แรงงานไทยไปทำงานในจุดไหนที่อันตรายก็สามารถแจ้งได้ ทางรัฐบาลอิสราเอลรับปากว่าจะไม่จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในที่นั้น ส่วนสาเหตุที่ประเทศอิสราเอลต้องการแรงงานไทยนั้น อาจเป็นเพราะนายจ้างพึงพอใจแรงงานไทยและแรงงานไทยก็เก่งเรื่องเกษตรมากกว่าประเทศอื่น"นายจุฑาธวัช กล่าว
นายจุฑาธวัช กล่าวด้วยว่า การจัดส่งด้วยระบบรัฐต่อรัฐผ่านองค์การIOM จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายของแรงงานที่ไปทำงานในอิสราเอลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย2 ทางหรือเสียไม่เกิน 30,000-40,000 บาท จากเดิมผ่านบริษัทจัดหางาน ซึ่งอาจจะต้องเสียเกือบ 100,000 บาท และยังเป็นการป้องกันการหลอกลวงคนงานไปทำงานต่างประเทศ การค้ามนุษย์อีกด้วย ทั้งนี้ การทำ MOU ดังกล่าวตนจะรายงานให้นายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงานทราบเพื่อพิจารณานำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้
แหล่งข่าว: แนวหน้า