นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการปรับตัวธุรกิจรายสาขา ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า ได้หารือในรายละเอียดของ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมในโครงการคือ สิ่งทอ พลาสติค ข้าวโพดหวาน ยา และรองเท้ากีฬา พบว่าส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาด้านราคาที่ถูกสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศมาขายตัดราคา หรือดั๊มพ์ราคา ประกอบกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ได้จ้างผู้ประกอบการในประเทศผลิตสินค้าเพื่อขายในราคาถูก ซึ่งขณะนี้ห้างค้าปลีกรายใหญ่เริ่มเข้ามาในอุตสหกรรมพลาสติค และชิ้นส่วนรถยนต์แล้ว
"ปัญหาการขายตัดราคาในประเทศ ส่งผลให้โรงงานหลายแห่งในประเทศอยู่ไม่ได้ จึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมจะจัดทำเรื่องมาตรฐานสินค้ามาควบคุมคุณภาพสินค้าให้มากขึ้น และะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการคลังให้อำนวยความสะดวกเรื่องกฎกติกาทางภาษี โดยเฉพาะการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้ผู้ส่งออกสินค้าให้เร็วขึ้น เพื่อจะได้มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น
"แต่ละหน่วยงานต้องพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาโดยละเอียดเพื่อเสนอนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถึงมาตรการระยะสั้นและระยะยาว"
แหล่งข่าว : เครือมติชน