พิษเงินบาท สั่งจับตา196โรงงาน15จว : SIAMHRM.COM

พิษเงินบาท สั่งจับตา196โรงงาน15จว




หวั่นไปไม่รอดเผยชื่อ33บ.เจ๊งถูก"ลอยแพ"อื้อ

"กระทรวงแรงงาน" สั่งจับตา 196 โรงงาน ใน 15 จังหวัด หวั่นกิจการเจ๊งเผยรายชื่อบริษัทปิดตัวแล้วครึ่งปี 33 แห่ง ลูกจ้างถูกลอยแพเกือบหมื่นคน "ไพโรจน์" เผยเป็นเรื่องปกติ ด้านสภาองค์การลูกจ้างฯ ร้องกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ไม่เป็นธรรม

ที่กระทรวงแรงงาน วันที่ 9 ส.ค. นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้าสถานการณ์การเลิกจ้างงานตามที่ศูนย์ปฏิบัติการเร่งด่วนแก้ปัญหาการเลิกจ้าง หรือวอร์รูม ได้รับรายงานทั้ง 75 จังหวัดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่ามีสถานประกอบการที่ปิดกิจการ เลิกจ้างจำนวน 33 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ชลบุรี ระยอง นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปราจีนบุรี เชียงใหม่ และ ตรัง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 9,496 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนคนงานที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 10 ล้านคน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการที่มีแนวโน้มปิดกิจการ 2 จังหวัด คือ ประจวบคีรีขันธ์ และสุโขทัย ซึ่งอยู่ระหว่างใช้มาตรการชะลอการเลิกจ้าง ส่วนสถานประกอบการที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังมีทั้งสิ้น 15 จังหวัด จำนวน 196 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นภาคกลางและภาคใต้ อาทิ พิษณุโลก กาญจนบุรี ลำพูน สตูล สุราษฎร์ธานี เป็นต้น สำหรับสถานการณ์สถานประกอบการที่อยู่ในภาวะปกติมี 49 จังหวัด อาทิ น่าน ร้อยเอ็ด นนทบุรี กระบี่ เป็นต้น

สำหรับรายชื่อบริษัท 33 แห่งที่ปิดกิจการใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ปทุมธานี ได้แก่ บริษัท การ์ดิเนียร์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการเบเกอรี่ และบริษัทลักกี้ เอาท์ฟิตส์ จำกัด ผลิตเสื้อผ้าส่งออก เลิกจ้างลูกจ้าง 349 คนเนื่องจากรายได้จากการขายลดลง, จ.ชลบุรี ได้แก่ บริษัท ฟินิกซ์เฟอร์นิเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งออก เลิกจ้างลูกจ้าง 463 คน เนื่องจากนายจ้างมีปัญหาหนี้สิน

จ.ระยอง จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท อุตสาหกรรมเหล็กกล้าไทย จำกัด ประกอบกิจการผลิตรีดลวดเหล็ก เลิกจ้าง 265 คน บริษัท เคพีนิว เจเนเรชั่น ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา เลิกจ้าง 51 คน เนื่องจากผลกระทบจากค่าเงินบาท บริษัท เมดิคอล ดีไวน์ แมนูแฟคเจอร์เรอร์ ผลิตไซรินจ์และเข็มฉีดยา เลิกจ้าง 40 คน เพราะจำหน่ายไม่ได้ตามเป้าหมาย บริษัท เวิร์ดเบสท์ เฮ้าส์โฮลด์ เท็กซ์ไทล์ ผลิตสิ่งทอ เลิกจ้าง 90 คน สาเหตุได้รับผลกระทบ จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ บริษัท ไทยคอปเปอร์ อินดัสตรี จำกัด ประกอบกิจการผลิตและถลุงแร่ทองแดง เลิกจ้าง 822 คน สาเหตุขาดเงินทุนหมุนเวียน

จ.สมุทรปราการ จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ บริษัท ไทยศิลป์ฯ เลิกจ้าง 4,909 คน และยังมีโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ เลิกจ้าง 425 คน, จ.สมุทรสาคร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท คัลเลอร์วิชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประกอบกิจการทอผ้า เลิกจ้าง 120 คน สาเหตุยอดการสั่งซื้อลดลง บริษัท ซีวาย โฟร์ซั่นฟู้ต จำกัด ผลิตอาหารแช่แข็งและห้องเย็น รับฝากสินค้า เลิกจ้าง 117 คน สาเหตุขาดวัตถุดิบเพราะมีราคาสูงขึ้น, จ.ปราจีนบุรี บริษัท ทีวีที อินดัสตรี เลิกจ้าง 618 คน, จ.ตรัง บริษัท ไทยเนเชอรัลรับเบอร์ จำกัด เลิกจ้าง 49 คน, จ.เชียงใหม่ บริษัท เค.พี.กรุ๊ป ไอทีซีสเต็ม จำกัด เลิกจ้าง 20 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 9,496 คน

ด้าน นายประเทือง แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย แถลงว่า เครือข่ายลูกจ้างได้พิจารณาตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยลูกจ้างไม่ได้มีส่วนร่วมใน การพิจารณา และร่างดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วนั้น ในฐานะผู้แทนของผู้ใช้แรงงาน ไม่อาจเห็นด้วยกับมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งแก้ไขโดยมาตรา 9 ของร่างฯ ฉบับใหม่ ในถ้อยคำที่แก้ไข เช่น "ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่า 8 ชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานในส่วนที่เหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานวัน อื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละ 9 ชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง" ถือว่าเป็นโทษต่อลูกจ้าง ทั้งประเทศ โดยเฉพาะลูกจ้างรายเดือน ซึ่งต่อไปจะต้องมีการทำงานชดใช้ให้นายจ้าง ในกรณีที่วันใดนายจ้างสั่งให้หยุดเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง

นอกจากนี้ การแก้ไขให้ลูกจ้างต้องทำงานชดใช้นายจ้างวันละ 1 ชั่วโมง โดยไม่ได้ รับค่าจ้างและค่าล่วงเวลา ยิ่งเป็นการทำลายความ น่าเชื่อถือของลูกจ้างทั้งประเทศที่มีต่อรัฐบาล รวมทั้งยังขัดต่อกฎหมายอื่น และขัดต่ออนุ สัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศด้วย ดังนั้น สภาองค์การลูกจ้างฯ ขอให้คณะกรรมาธิ การฯ พิจารณาตัดถ้อยคำดังกล่าวทั้งหมดออก จากร่าง พ.ร.บ.ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย.

วันเดียวกันที่ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายประพันธ์ ลุกขึ้นอภิปรายเพื่อซักถามข้อเท็จจริงจาก คณะรัฐมนตรี ในกรณีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาการแข็งตัวของค่าเงินบาท และนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานะของประเทศชาติโดยรวมว่า ส่วนตัวเห็นว่าปัญหาการแข็งตัวของค่าเงินบาทเป็นปัญหาที่ไม่ปกติไม่เป็นไปตามกลไก มีปัญหามาจากการเก็งกำไรค่าเงินจนเกิดความ ผันผวน การแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลาง เป็นต้น โดยมาตรการและแนวทางของรัฐบาลยังไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ความเสียหายนับแสนล้านบาทจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทจะหยุดตรงไหนและใครจะรับ ผิดชอบ ที่สำคัญความเข้าใจของคนในรัฐบาล ยังไม่ตรงกันระหว่าง รมว.คลังกับทางผู้ว่าฯ ธปท. ขณะที่ภาคธุรกิจเองก็เห็นปัญหาแตกต่างจากรัฐบาล

นายอัมมาร์ สยามวาลา สนช.อภิ ปรายว่าที่ผ่านมา ธปท. ออกมาตรการการกันเงินทุนการสำรอง 30% เพื่อป้องกันเงินไหลเข้ามา ซึ่งมาตรการแรกที่ ธปท.ควรนำมาใช้ในช่วงที่มีเงินทุนไหลเข้า และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นคืออัตราดอกเบี้ย จึงอยากเสนอให้ธปท.เริ่มคิดที่จะมีเป้าหมายทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยให้บัญชีดุลการชำระเงินเดินสะพัดอยู่ระหว่าง ติดลบถึง 2 และประกาศยุทธศาตร์ในการดำเนินนโยบาย อัตราแลกเปลี่ยน เพราะในด้านเป้าหมายเงินเฟ้อที่จะดูแลราคาสินค้าไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม สนช. อภิปรายว่า ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าไม่ใช่เรื่องร้าย แต่ว่ามีปัญหา คือ การขาดการมีเสถียรภาพ มีความผันผวนมาตลอด เพราะเราไปมัดกับเงินสกุลที่ส่งออก ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ สาเหตุที่เงินบาทแข็งตัวในช่วง3 เดือนเนื่องจากมีเงินทุนไหลเข้ามาจำนวนมากกว่าแสนล้านบาท มีการเข้าออกอย่างรวดเร็วส่งผลร้ายต่อตลาดเงินและเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลต้องดูนโยบายที่จะทำให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ ไม่ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนหวือหวาเกินไป ที่ผ่านมาค่อนข้างจะเปิดกว้างให้เงินทุนไหลเข้ามา ดังนั้นเราควรจะต้องปิดประตูบ้าง แง้มประตูบ้าง เช่น การเก็บภาษีขาออกให้มากขึ้น รวมถึงการสร้างความเข้าใจในตลาดให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น

นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว. คลัง ชี้แจงว่า ปัญหาค่าเงินเป็นปัญหาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เห็นได้จากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกมีความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยน การบริหารจัดการในระบบเศรษฐกิจที่เปิด ซึ่งมีความสลับซับซ้อน เราไม่มีกลไกปรับสมดุลอัตโนมัติ เพราะสาเหตุจากสภาพคล่องส่วนเกิน เงินไหลเข้าระบบตามที่ต่าง ๆ เรื่อย ๆ เพื่อหาผลตอบแทนที่ดีที่สุด ซึ่งความผันผวนมีแนวโน้มยืดออกไปหลายปี ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งสหรัฐ และอังกฤษ ก็ถูกกระทบแต่จะมีวิธีการดูแลง่ายกว่าไทย เพราะระบบตลาดการเงินลึกและมีเครื่องมือต่าง ๆ ที่ดูแลความเสี่ยงและความผันผวน สำหรับประเทศระดับกลางก็จะเกิดปัญหามาก เพราะตลาดไม่ใหญ่และไม่ลึก

อย่างไรก็ตามปัญหาค่าเงินบาทถือเป็นเรื่องระดับชาติและมีความละเอียดอ่อน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ รัฐบาลจะไปปรึกษา ธปท.เพื่อแก้ไขสถานการณ์ และอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมต้องค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นได้ลงได้ ทั้งนี้เราจะต้องสามารถบริหารเงินเข้าออกในแต่ละวันไม่ให้มีความผันผวนเกินไปต้องมีเครื่องมือดูแลเงินไหลเข้า โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงการพิมพ์ธนบัตร ในอดีตหลายประเทศพิมพ์ธนบัตรเพิ่มโดยให้รัฐบาลออกพันธบัตรแต่ต้องไม่เกินขอบเขตไม่เช่นนั้นจะผิดวินัยทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่งในกฎหมายเราจะทำตรงนี้ได้แค่ไหนจะไม่ให้มีปัญหา ทั้งนี้ไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ไขปัญหาแต่ต้องมีเครื่องมือดูแลให้เหมาะสม

แหล่งข่าว : เดลินิวส์



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM