เบรกรัฐวิสาหกิจร้องขอขึ้นเงินเดือน 4% เหมือนราชการ-ชี้จะยิ่งดันฐานสูงปรี๊ด อ้างรัฐหูตูบต้องใช้งบถึง 250 ล้านบาทต่อเดือน
แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรณีที่ภาครัฐวิสาหกิจจะขอปรับขึ้นเงินเดือนเช่นเดียวกับภาคราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้ปรับอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 4% ก่อนหน้านี้ คงต้องดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะปัจจุบันโครงสร้างเงินเดือนของภาครัฐกับรัฐวิสาหกิจมีความแตกต่างกัน และอัตราค่าตอบแทนของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วมีอัตราใกล้เคียงกับเอกชนอยู่แล้ว อย่างไรก็ดีหากปล่อยให้มีการขอปรับเงินเดือนที่สูงอยู่แล้วเพิ่มอีก 4% จะเป็นฐานที่สูงกว่าภาครัฐอีกมาก และคิดเป็นเงินงบประมาณที่ภาครัฐต้องจ่ายถึง 250 ล้านบาทต่อเดือน
ทั้งนี้ มีผลการศึกษาฐานข้อมูลเงินเดือนของรัฐวิสาหกิจ 42 แห่ง พบว่า กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีวุฒิการศึกษาแรกเข้าระดับมัธยมต้นจนถึงปริญญาตรี มีอัตราเงินเดือนสูงกว่าตลาดถึง 40% โดยจากจำนวนพนักงาน 7 หมื่นคน มีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 1-2.4 หมื่นบาทต่อเดือน และพบว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งพนักงานขับรถมีรายได้สูงถึง 6 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนราชการจะมีอัตราเงินเดือนประมาณ 4,630-7,630 บาทเท่านั้น
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ในส่วนของผู้บริหารตั้งแต่ระดับต้นจนถึงระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ส่วนใหญ่ก็อยู่ระดับใกล้เคียงกับค่าตอบแทนของตลาด โดยผู้บริหารระดับต้นถึงกลางที่มีจำนวน 1.32 แสนคน มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 2.7-6 หมื่นบาท ขณะที่ผู้บริหารในระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในรัฐวิสาหกิจขนาดเล็กและกลาง 2,500 คน มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 8.5 หมื่นบาท-1.15 แสนบาท และผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 155 คน มีเงินเดือนเฉลี่ย 3.5-7.7 แสนบาท
"วันนี้ คงต้องดูกันว่า การขึ้นเงินเดือนของรัฐวิสาหกิจมีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะหากเปรียบเทียบโครงสร้างเงินเดือนของภาคราชการ ภาคเอกชน และภาครัฐวิสาหกิจนั้นดีกว่าราชการเยอะ แต่อาจจะเทียบเอกชนไม่ได้ แต่ความมั่นคงก็สูงกว่า" แหล่งข่าวกล่าว.
แหล่งข่าว : โพตส์ทูเดย์