นายมนูญ ปุญญกริยากร อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานได้จัดตั้งกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อช่วยแก้ปัญหาการว่างงานของประชาชนโดยดำเนินการให้กู้ยืมมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา สำหรับในปีนี้ ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณมาให้แล้วจำนวน 130 ล้านบาท เพื่อดำนเนินการของกองทุนฯ ดังกล่าวให้มีการต่อเนื่อง เงินทุนที่กู้ยืมไปนั้นมีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อให้กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านกู้ยืมไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิตหรือการเพิ่มกำลังการผลิต
สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติในการกู้เงินกองทุนนั้น จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อปฏิบัติดังนี้ 1.ต้องเป็นกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มไว้กับกรมการจัดหางาน 2.มีการบริหารจัดการของกลุ่มที่ชัดเจนและได้ดำเนินการของกลุ่มมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน 3.มีทรัพย์สินหรือเงินทุนร่วมกันไม่น้อยกว่า 10,000 บาท และสุดท้ายมีสถานที่ประกอบการที่สามารถติดต่อได้อย่างสะดวก
เงื่อนไขของการกู้ยืมเงินกองทุนได้กำหนดวงเงินไว้ดังนี้ สามารถกู้ยืมได้ในวงเงินสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และจะต้องชำระเงินคืนทั้งหมดภายใน 5 ปี ที่สำคัญ คือ มีระยะปลอดเงินต้นไม่เกิน 4 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้การดำเนินธุรกิจแก่ผู้กู้ ทั้งนี้ ผู้ที่กู้สามารถเลือกที่จะใช้บุคคลค้ำประกันที่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ หรือจะใช้สมาชิกภายในกลุ่มค้ำประกันกันเองก็ย่อมได้ เนื่องจากขณะนี้มีกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านให้ความสนใจมากู้ยืมแล้วกลายกลุ่ม เนื่องจากเงื่อนไขในการกู้ยืมไม่ยุ่งยาก และอัตราดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับระยะเวลาผ่อนชำระที่ค่อนข้างยาว
ดังนั้น หากกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านกลุ่มใดมีความสนใจที่จะกู้เงินกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน สามารถยื่นกู้ได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ดำเนินการของกลุ่ม หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่กองส่งเสริมการมีงานทำกรมการจัดหางาน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2245-1064, 0-2354-0087 หรือสายด่วน 1694
แหล่งข่าว ; แนวหน้า