นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความผิดหวังกับการดำเนินการของกระทรวงแรงงาน ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือผู้ประกันตนเมื่อประสบปัญหาว่างงาน ในโครงการเช่าและใช้บริการสื่อสารข้อมูลสิทธิประโยชน์การว่างงานที่จะหมดสัญญา ในวันที่ 30 กันยายนนี้ได้ โดยเตรียมรวบรวมรายชื่อ 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ สปส. นายนคร ศิลปอาชา รองปลัดกระทรวงแรงงาน และนายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการ สปส. ออกจากราชการ ฐานที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกันตนทั้ง 9.1 ล้านคนได้ และยังสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย หากผู้ประกันตนอยู่ในสถานะว่างงาน ไม่สามารถติดต่อหน่วยงานราชการได้ทันทีในจุดเดียวเหมือนที่ผ่านมา
นายพนัส กล่าวอีกว่า ทางกลุ่มเตรียมฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกับข้าราชการทั้ง 3 คน ให้พ้นจากราชการด้วย ในข้อหาประพฤติผิดจริยธรรม ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ อย่างไรก็ตาม จะรอให้ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อดูว่าจะเกิดปัญหาเช่นไร เชื่อว่าการส่งข้อมูลติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 หน่วยงาน คือกรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และ สปส.โดยไม่มีระบบออนไลน์จะล่าช้าแน่นอน
ด้านนายจุฑาธวัช กล่าวว่า ในฐานะปลัดกระทรวงแรงงาน สภาองค์กรลูกจ้างฯ ไม่สามารถล่ารายชื่อถอดถอน แต่ถอดถอนออกจากประธานบอร์ด สปส.ได้ พร้อมชี้แจงเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วว่า สปส.ไม่สามารถนำเงินดังกล่าวไปติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานอื่นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการยกเลิก ส่วนการหามาตรการอื่นมารองรับนั้น เบื้องต้นได้วางแนวทางว่าจะลดวงเงินการดำเนินการจากเดิม 300 ล้านบาท เหลือเพียง 86 ล้านบาท ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เฉพาะภายใน สปส.อย่างเดียวเท่านั้น เหลือเพียง 100 จุด จากเดิม 400 จุด
นายจุฑาธวัช กล่าวว่า ในส่วนของกรมการจัดหางานนั้นอาจจะต้องมีการของบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการติดตั้งระบบออนไลน์ข้อมูลคนตกงานเพื่อเชื่อมข้อมูลไปยัง สปส.ได้เหมือนเดิม พร้อมยืนยันเป็นห่วงผู้ใช้แรงงาน แต่ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ซึ่งการดำเนินการในระหว่างนี้ผู้ประกันตนอาจได้รับความลำบากเพราะต้องเดินเรื่องหลายกรมกว่าจะได้รับเงินกรณีการว่างงาน ก็ขอให้อดทนไปก่อน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเชื่อว่าจะต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนแน่นอน
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ