กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : หวังเพิ่มทางเลือกให้ผู้ถือบัตรทอง เผยลดผลกระทบการเงินสถานพยาบาล มติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบจัดสรรงบรายหัวปี 51 เพิ่มงบบริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็น 12 บาทต่อประชากร สร้างแรงจูงใจหน่วยบริการพัฒนาคุณภาพบริการให้ 20 บาทต่อประชากร ดึงการแพทย์แผนไทยบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์เป็นปีแรกจัดสรรงบ 1 บาทต่อประชากรทุ่มกว่า 46 ล้านบาท ด้านเลขาฯสปสช.เผย งบที่เพิ่มขึ้นช่วยให้การจัดการคล่องตัว มีโครงการใหม่เพื่อพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขมากขึ้น แจงหน่วยบริการสามารถดูการจัดสรรงบผ่านเวบไซต์สปสช.ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความโปร่งใส รวดเร็ว วางแผนง่าย
นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2551 งบประมาณรายหัวในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ได้รับคือ 2,100 บาทต่อประชากร เพิ่มจากเดิม 200.31 บาทต่อคน โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีมติเห็นชอบ ให้จัดสรรงบประมาณสมทบการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อส่งเสริมการให้บริการดังกล่าวในสถานพยาบาลต่างๆ ในอัตรา 1 บาทต่อประชากร หรือกว่า 46 ล้านบาท และได้จัดสรรงบประมาณ 20 บาทต่อประชากร หรือกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นงบพัฒนาคุณภาพบริการ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้หน่วยบริการสำหรับการพัฒนาคุณภาพบริการที่ดีและได้มาตรฐาน รวมถึงการเพิ่มงบบริการแพทย์ฉุกเฉินจากเดิมในปี 2550 ที่จัดสรรให้ 10 บาทต่อประชากรโดยปี 51 นี้ ได้เพิ่มเป็น 12 บาทต่อประชากร
นายแพทย์สงวน กล่าวว่า สำหรับการจัดสรรงบตามสัดส่วนโครงสร้างเดิม ประกอบด้วย บริการผู้ป่วยนอก 645.52 บาทต่อประชากร บริการผู้ป่วยใน 845.08 บาทต่อประชากร บริการส่งเสริมและป้องกัน 253.01 บาทต่อประชากร บริการค่าใช้จ่ายสูง/อุบัติเหตุ/จัดการโรคเฉพาะ 145.26 บาทต่อประชากร บริการการแพทย์ฉุกเฉิน 12 บาทต่อประชากร บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 4 บาทต่อประชากร งบลงทุนเพื่อการทดแทน 143.73 บาทต่อประชากร สนับสนุนพื้นที่กันดารเสี่ยงภัยและพัฒนาคุณภาพบริการ 30 บาทต่อประชากร งบพัฒนาคุณภาพบริการ 20 บาทต่อประชากร และสมทบแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก 1 บาทต่อประชากร สำหรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้รับบริการตามมาตรา 41 นั้นใช้งบคงเหลือ และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ให้บริการ 0.40 บาทต่อประชากร
“การบริหารงบเหมาจ่ายรายหัวมีเป้าหมายเพื่อ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างเป็นธรรม มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และลดผลกระทบทางการเงินของหน่วยบริการ ซึ่งงบรายหัวที่ได้เพิ่มขึ้นนั้น ทำให้การบริหารคล่องตัวมากขึ้น และมีขยายไปถึงโครงการใหม่ๆ โดยแต่ละหน่วยบริการสามารถดู ได้ที่เวบไซต์สปสช. www.nhso.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทราบว่าหน่วยบริการแห่งใดได้รับการจัดสรรงบประมาณเท่าใด จะทำให้หน่วยบริการมีข้อมูลเพื่อบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”เลขาธิการสปสช.กล่าว
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ