ปัญหาแรงงานเถื่อน ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่และละเอียดอ่อน เพราะที่ผ่านมา มีการสมยอมระหว่างนายจ้างและลูกจ้างรวมไปถึงเอเย่นผู้จัดหา โดยอาศัยการหลบเลี่ยงข้อกฎหมายเข้ามาทำงานในประเทศไทย
พอเกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญอันเกิดจากน้ำมือลูกจ้างต่างด้าวครั้งหนึ่ง ก็มักจะสร้างความตื่นตระหนกให้คนในสังคมไปตามๆ กัน ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาคอยคุมเข้มดูแลปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะว่าไปแล้ว อาการตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งการคุมเข้ม ก็มักจะเกิดขึ้นได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวและก็ค่อยๆ จางหายไป กว่าจะกลับมาขึงขังอีกครั้ง ก็ต้องรอให้เหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญวนเวียนกลับมาเกิดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม คงไปเหมารวมกล่าวโทษหน่วยงานข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ได้ เพราะเรื่องแรงงานเถื่อนเป็นปัญหาที่หยั่งรากลึก เพราะเกิดจากความเห็นแก่ตัวของทั้งข้าราชการและนายจ้าง ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว กระทั่งกลายเป็นปัญหาสังคมที่ยากจะเยียวยา
จะว่าไปแล้ว ปัญหาแรงงานเถื่อนมีต้นทางมาจากแถบตะเข็บชายแดน ถ้าเจ้าพนักงานที่ดูแลในส่วนนั้นเกิดความหละหลวมหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน มันก็ย่อมให้แรงงานเถื่อนทะลักเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธร อ.แม่สาย จ.เชียงราย วางแผนจับกุมขบวนการเรียกรับผลประโยชน์จากการออกใบตกสำรวจ ตามโครงการอนุมัติสัญชาติไทยให้ชนกลุ่มน้อย
โดยสามารถจับกุมลูกจ้างชั่วคราวแผนกข้อมูล และนายเสกสรรค์ ตรงใจ ลูกจ้างทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราว และเครือข่ายได้ 4 คน ซึ่งทั้งหมดให้การซัดทอดไปยัง “นาย” ข้าราชการะดับสูง อ.แม่สาย ที่ออกคำสั่งให้ดำเนินการคีย์ข้อมูลเข้าระบบฐานข้อมูลกระทรวงมหาดไทยโดยไม่ถูกต้อง จากการจับกุมครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามีการทำเป็นขบวนการ มีทั้งลูกจ้างชั่วคราว ข้าราชการระดับสูง และเครือข่าย
จากกรณีดังกล่าว นายปรีชา ศรีเพชร์ อดีตปลัดฝ่ายทะเบียนและบัตร อ.แม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยถึงมผลประโยชน์ที่ขบวนการย้อมแมวแรงงานได้รับว่า ปัญหาการตั้งกลุ่มของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการเรียกรับผลประโยชน์จากการทำบัตรชาวไทยที่ราบสูง ใบตกสำรวจและการสวมสัญชาติไทยแบบผิดกฏหมาย ทำกันมานานฝังรากลึก ผลประโยชน์ต่อ 1 โครงการในการสำรวจรายชื่อผู้ตกหล่นก็ดี หรือชาวต่างด้าว ที่ต้องการมีบัตรประชาชนคนไทย จะมีมากกว่า 20-30 ล้านบาท
“กรณีการจับกุมครั้งล่าสุดนี้ ไม่ใช่แค่การวิ่งเต้นนำคนต่างด้าวหรือชนกลุ่มน้อย ที่อาศัยในพื้นที่แดนไทยมานาน มาสำรวจยอดผู้ตกหล่นในการสำรวจเพื่อออกสัญชาติ แต่เป็นการจงใจของกลุ่มขบวนการที่นำคนพม่าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาใส่ฐานข้อมูลทะเบียนอำเภอ เพื่อเตรียมสวมสัญชาติซ้อนกับกลุ่มคนที่ได้สำรวจไปแล้วก่อนหน้า เพราะว่า โครงการสำรวจยอดผู้ตกหล่นเสร็จไปนานแล้ว แต่การจะนำคนที่มีความต้องการเข้ามาสวมอีก จึงต้องใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อสวมซ้อนเข้าไปใหม่ ทำให้ยอดต่างด้าวที่ต้องการทำบัตรมีมากขึ้นเป็นหลายพันหลายหมื่นคน เป็นวงจรผลประโยชน์มหาศาล” นายปรีชา ระบุ
ส่วนขั้นตอนการลงมือของขบวนการสวมบัตรเถื่อนใน อ.แม่สาย มี อดีต ขรก.เกษียณระดับสูงอยู่เบื้องหลัง ในการสั่งการให้ปลัดรายหนึ่ง ซึ่งถูก 2 ลูกจ้างอำเภอให้การซัดทอด มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 5-6 คน ทำตัวเป็นนายหน้า ลงพื้นที่หาต่างด้าวที่ต้องการมีบัตร มาทำในราคาค่าหัวๆ ละ 30,000 บาท ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครกลุ่มนี้จะได้รับค่าหัวคิวรายละ 5,000 บาทตอบแทน
จะเห็นได้ว่า ผลตอบแทนที่ได้รับของขบวนการสวมบัตรเถื่อน เป็นจำนวนเงินที่มากในระดับหนึ่ง ยากที่ข้าราชการหรือลูกจ้างชั่วคราวจะปฏิเสธได้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
เพราะขณะนี้ ปัญหาแรงงานเถื่อน ถือเป็นหนึ่งปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข
แหล่งข่าว : สยามรัฐ