ยุโรปเปิดแผน ‘บัตรฟ้า’ หวังชิงแรงงานต่างชาติมีทักษะ อาทิ แพทย์ พยาบาล และวิศวกร แข่งกับสหรัฐฯ และออสเตรเลีย แม้ล่าสุดผู้วางนโยบายภายในอียูยังแก้โจทก์แรงงานต่างด้าวไร้ทักษะไม่ตกเลยก็ตาม
เช่นเดียวกับโครงการบัตรเขียวสำหรับแรงงานต่างชาติในสหรัฐฯ สหภาพยุโรปมีแผนดึงดูดแรงงาน 20 ล้านคนจากเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกาภายในสองทศวรรษข้างหน้า โดยหวังว่าข้อเสนอนี้จะช่วยยุติแนวโน้มของการที่แรงงานต่างชาติมีทักษะจากประเทศกำลังพัฒนามักเลือกไปทำงานในอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลียมากกว่ายุโรป อันจะเป็นการส่งเสริมเป้าหมายในการรักษาและยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอียู
ฟรังโก แฟรตทินี กรรมาธิการยุติธรรมและมหาดไทยของอียู แจงว่าแรงงานต่างชาติมีทักษะคิดเป็นเพียง 0.9% ของแรงงานทั้งหมดในอียู เทียบกับ 9.9% ในออสเตรเลีย, 7.3% ในแคนาดา และ 3.5% ในสหรัฐฯ
คณะกรรมาธิการยุโรปเสริมว่า แรงงานต่างด้าวมีทักษะมีความสำคัญจำเป็นต่อการอุดช่องว่างในตลาดแรงงานยุโรป โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและวิทยาศาสตร์
นักวิเคราะห์สำทับว่า สาเหตุที่ยุโรปล้าหลังในการดึงดูดบุคลากรเก่งๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงินเดือนในภาคไอทีต่ำกว่าของสหรัฐฯ มาก อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดที่เคร่งครัดยิ่งขึ้นของอเมริกานับจากวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 ทำให้แรงดึงดูดของแดนอินทรีลดน้อยลง
ขณะเดียวกัน ข้อเสนอใหม่ที่เป็นมิตรกับแรงงานต่างด้าว ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลของชาติสมาชิกก่อนนั้น ยังมีขึ้นขณะที่กระแสต่อต้านผู้ย้ายถิ่นครอบงำการถกเถียงเรื่องนโยบายผู้อพยพในประเทศสมาชิก เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ข้อเสนอนี้จะถูกต่อต้านในประเทศ อาทิ เยอรมนี ที่มีปัญหาว่างงานอยู่แล้ว แต่ยังอุตส่าห์รับชาวต่างชาติเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวนมาก
ชาติสมาชิกอีกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงเบลเยียม อังกฤษ อิตาลี และฝรั่งเศส มีโครงการพิเศษสำหรับบริษัทที่ต้องการแรงงานต่างชาติมีทักษะ แต่บ่อยครั้งที่โครงการเหล่านี้จำกัดเฉพาะบางภาคอุตสาหกรรม และเกี่ยวข้องกับการโอนย้ายผู้บริหารอาวุโสภายในบรรษัทข้ามชาติเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ยุโรปเตือนว่า การตั้งข้อรังเกียจต่างชาติอาจทำให้แรงงานมีทักษะล่าถอยจากไป ตัวเลขที่คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่า แรงงานไร้ฝีมือจากประเทศกำลังพัฒนาชวนกันมายุโรปถึง 85% แต่ไปสหรัฐฯ แค่ 5% ขณะที่ 55% ของแรงงานมีทักษะไปสหรัฐฯ เหลือแค่ 5% ที่มายุโรป
กระนั้น หากโครงการบัตรฟ้าผ่านการอนุมัติ แรงงานต่างด้าวทักษะสูงจะได้รับสิทธิในการทำงานและอาศัยอยู่ในที่ใดก็ได้ภายในอียู และสิทธิพิเศษนี้สามารถต่ออายุได้ ที่สำคัญ หลังจากทำงานติดต่อกัน 5 ปีก็จะได้สิทธิพำนักถาวร ข้อเสนอนี้ยังร่นระยะเวลาในการขอใบอนุญาตทำงาน รวมถึงอำนวยความสะดวกสำหรับสมาชิกครอบครัวที่ต้องการมาสมทบกับแรงงานเหล่านี้
และเพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลของสหภาพแรงงานท้องถิ่นที่กลัวว่า นโยบายนี้อาจส่งผลให้แรงงานค่าแรงต่ำทะลักเข้าสู่ยุโรป จึงมีการตั้งกฎว่า ผู้สมัครจะต้องสมัครงานในตำแหน่งที่แรงงานยุโรปไม่สามารถรองรับได้ และต้องทำสัญญาจ้างงานเพื่อรับประกันว่าจะได้รับเงินเดือนสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในประเทศนั้นๆ อย่างน้อย 3 เท่า อย่างน้อยในระยะเวลาหนึ่งปี
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ