4 พรรคประชันกึ๋นด้านสาธารณสุข รื้อกองทุนประกันสังคม-ดึงแพทย์พ้น ก.พ : SIAMHRM.COM

4 พรรคประชันกึ๋นด้านสาธารณสุข รื้อกองทุนประกันสังคม-ดึงแพทย์พ้น ก.พ




4 พรรคการเมืองแข่งเสนอนโยบายด้านสาธารณสุข พรรคเพื่อแผ่นดินชูนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ ปรับคุณภาพยาให้ดีขึ้น เตรียมรื้อระบบบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ด้านประชาธิปัตย์ชูการปลดล็อก พ.ร.บ.เงินเดือนพร้อมดึงแพทย์ออกจาก "ก.พ." ส่วนพลังประชาชนสานต่อนโยบาย ทรท.พร้อมปฏิรูปการเงินการบัญชีของระบบสุขภาพทั้งโครงสร้าง พร้อมต่ออายุแพทย์อาวุโสให้เกษียณที่อายุ 70 ปี

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาการแข่งขันของพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ยิ่งดุเดือดยิ่งขึ้น แต่ละพรรคต่างนำเสนอนโยบายที่คิดว่า "โดนใจ"ของประชาชนครอบคลุมทุกด้าน และนโยบายอีกด้านหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อยไปกว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจก็คือ นโยบายด้านสาธารณสุข ที่แต่ละพรรคต่างก็วางกลยุทธ์ไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้พรรคการเมืองของตนได้รับการเลือกตั้ง

ล่าสุดแพทยสภาได้จัดเสวนาเรื่อง "นโยบายด้านการแพทย์และสาธารณสุขของพรรคการเมือง"ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆได้เสนอนโยบายด้านสาธารณสุขแก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ กว่า 300 คน เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจในการเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ "โดนใจ" โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมือง 4 พรรคเข้าร่วมชี้แจงนโยบายและในการเสวนาครั้งนี้ได้มีแพทย์และผู้สนใจเข้าร่วมเสวนากันอย่างคับคั่ง

ปชป.ปลดล็อก พ.ร.บ.เงินเดือน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในระหว่างการเสวนาถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะเน้นการทำงานเชิงรุกด้านสาธารณสุขมากขึ้น โดยปรับปรุงระบบประกันสังคมให้มีความโปร่งใสและเป็นอิสระ ขยายบริการให้ครอบคลุมถึงครอบครัวของผู้ประกันตน และแยกเงินในส่วนของการรักษาพยาบาลออกมาให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์มากที่สุด

นอกจากนี้ จะสร้างระบบไกล่เกลี่ยด้วยการจัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายจากการรับบริการ โดยไม่เกี่ยวกับการรับผิดทางกฎหมาย เพื่อลดความขัดแย้งและความกังวลของแพทย์ หากเกิดการฟ้องร้อง สำหรับการบริหารจัดการ จะมีการบูรณาการการแพทย์ และดึงภาคเอกชนให้ร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความสะดวก

ในขณะเดียวกันก็จะ "ปลดล็อก" พระราชบัญญัติเงินเดือนมาทำเสียใหม่เนื่องจากปัจจุบันแพทย์ที่จบใหม่ๆนั้นมีรายได้ไม่เพียงพอและไม่เหมาะสมกับงานที่ทำซึ่งแต่เดิมนั้นโครงสร้างเงินเดือนจะถูกกำหนดโดย กพ.แต่หากจะให้เงินเดือนของแพทย์เหมาะสมกับงานและค่าครองชีพในปัจจุบันจะต้องปรับระบบเงินเดือนเสียใหม่ซึ่งนโยบายนี้จะสามารถดำเนินการได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน

"พผ"เล็งรื้อ "การเงิน" สปส.

นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ ประธานภาค กทม.และรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน บอก ว่า พรรคเพื่อแผ่นดินมีนโยบายด้านสาธารณสุขที่ชัดเจนโดยแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนแรกที่สามารถจะเข้าไปดำเนินการได้ทันทีหากมีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศคือ การเข้าไปจัดระบบด้านการเงินของสำนักงานประกันสังคมเสียใหม่ทั้งนี้จะเน้นการเพิ่มสิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตนให้มากขึ้นโดยจะเพิ่มค่าหัวการรักษาพยาบาลจากเดิมหัวละ 1400 บาทเป็น 1500 บาท ซึ่งการเพิ่มค่าหัวนี้จะทำให้โรงพยาบาลเอกชนหันมาให้บริการกับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น อีกทั้งเรายังเน้นนโยบายคุณภาพของยาโดยจะให้โรงพยาบาลที่รับประกันสังคมและโรงพยาบาลรัฐให้ยาที่มีคุณภาพมากขึ้น

สำหรับส่วนที่สองจะเน้นการสาธารณสุขเชิงรุก "สร้างนำซ่อม"โดยจะให้ความสำคัญ 5 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต และโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยนโยบายนี้เราจะให้ อสม.เป็นหัวหอกในการตรวจวัดสุขภาพในหมู่บ้านเบื้องต้นโดยจะมีจัดอบรมให้ อสม.ทุกคนสามารถตรวจวัดความดันโลหิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคความดันสูงได้

นอกจากนี้ มีนโยบายให้นักศึกษาแพทย์กลับไปรับใช้บ้านเกิด เพื่อเพิ่มจำนวนแพทย์ในระดับท้องถิ่นโดยการส่งเสริมให้บุคคลากรในวงการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถสามารถสอบเรียนแพทย์ได้

ขณะเดียวกันจะจัดให้มีศูนย์หมอฉุกเฉิน โดย 30 นาทีแรก จะทำการรักษาโรคที่มีความรุนแรงและฉุกเฉิน เน้นให้บุคลากรในพื้นที่ อาทิ อาสาสมัคร หรือพยาบาลไปเรียนเพิ่มเติมด้านการแพทย์ เพื่อกลับมาพัฒนาและรักษาประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง

พปช.สานต่อนโยบายเดิม

สำหรับพรรคพลังประชาชนก็ถือเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่ถูกจับตามองอันเนื่องมาจากได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนจะนำนโยบายของอดีตพรรคไทยรักไทยมาใช้เป็นนโยบายพรรค

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนกล่าวถึงนโยบายด้านสาธารณสุขว่า พรรคเน้นการเพิ่มบุคลาการทางการแพทย์ โดยจัดตั้งสถาบันผลิตแพทย์ และเชิญชวนให้แพทย์อาวุโสที่เกษียณอายุ ทำงานต่อเพื่อแก้ปัญหาแพทย์ขาดแคลน ทำหน้าที่เฉพาะให้คำปรึกษากับแพทย์จบใหม่

นอกจากนี้ จะเพิ่มค่าตอบแทนให้แพทย์เพื่อแก้ปัญหาสมองไหล อีกทั้งใช้เงินกองทุนประกันสังคมเป็นฐานต่อยอดในการซื้อประกันส่วนตัวเฉพาะในเรื่องสุขภาพ และยืนยันจะให้มีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ต่อไป

"นโยบายของพรรคเราจะยังคงใช้นโยบายเดิมทั้งหมดและคิดว่านโยบายนี้ยังคงโดนใจประชาชนอยู่เช่นเดิม" นพ.สุรพงษ์กล่าว

ชท.เน้นดูแลสาธารณสุขระดับท้องถิ่น

นพ.วินัย วิริยะกิจจา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย บอกว่า การแพทย์เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของมนุษย์ พรรคชาติไทยจึงเน้นการสาธารณสุขที่ครอบคลุมประชาชนทุกด้าน โดยยกระดับสถานีอนามัยท้องถิ่นให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนอย่างมีคุณธรรม โดยเฉพาะการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นจะต้องคำนึงถึงคุณภาพทางการรักษา และอาจะมีการโอนงานด้านสาธารณสุขให้กับระดับท้องถิ่นเพื่อให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ จะจัดโครงการอบรมให้สมาชิกในครอบครัวสามารถดูแลสุขภาพกันเองได้ในเบื้องต้น

นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนของแพทย์เสียใหม่โดยจะใช้โครงสร้างเงินเดือนแบบเดียวกันกับผู้พิพากษา และจะนำแพทย์ออกจากระบบของ กพ.และจัดตั้งเป็นสมาคมวิชาชีพเฉพาะแพทย์ขึ้นมาใหม่เพื่อให้การบริหารจัดการเรื่องบัญชีเงินเดือนเป็นไปด้วยดี

"แพทย์มีเงินเดือนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับงานที่เขาทำและรับผิดชอบการขึ้นเงินเดือนแพทย์ให้อยู่ในระดับที่รับได้และสอดคล้องกับสภาพเศรษบกิจในปัจจุบันเป็นนโยบายเร่งด่วนที่พรรคชาติไทยจะทำถ้ามีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ"นพ.วินัยกล่าวในที่สุด

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM