นางสาวสมบุญ ศรีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้คนหลายๆกลุ่มกำลังตั้งความหวังจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาที่แต่ละฝ่ายเผชิญอยู่ได้อย่างไรบ้าง สำหรับในส่วนของผู้ใช้แรงงานนั้น จากสถานการณ์ปัญหาของแรงงานที่ต้องเผชิญกันมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แต่ปัญหาเรื้อรังของแรงงานก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด
“แรงงานไทยทุกวันนี้ยังมีไม่เพียงพอจะกิน พอท้องมันหิว ก็ขาดสมาธิในการทำงาน มันก็ไม่มีความปลอดภัย เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สถานการณ์แรงงานที่หมักหมมไว้เริ่มจะปะทุขึ้นมา คนงานก็ถูกบีบ เครื่องจักรเร่งการผลิต เกิดอุบัติเหตุกับคนงานเยอะขึ้น มีคนตายจากสารเคมี และมีคนบาดเจ็บเพิ่มขึ้น” นางสาวสมบุญ กล่าว
นางสาวสมบุญ กล่าวว่า ส่วนที่เครือข่ายต้องการตอนนี้เป็นเรื่องของนโยบายด้านสุขภาพชีวิตของผู้ ใช้แรงงาน และความปลอดภัย ที่ต้องการให้เกิดองค์กรที่ผู้ใช้แรงงานสามารถดูแลตัวเองได้ ทุกวันนี้ภาครัฐเป็นผู้กุมอำนาจไว้ โดยเฉพาะบทบาทการเป็นฝ่ายวินิจฉัยโรคเอง จึงตั้งเกณฑ์วินิจฉัยได้เลยว่าโรคของผู้ป่วยเกิดจากการทำงานหรือไม่ แทนที่จะเป็นแพทย์สาธารณสุข เรื่องนี้ทำให้รัฐมีอำนาจมาก เกิดการจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้วินิจฉัยว่าคนงานไม่ได้เป็นโรคจากการทำงาน โรงงานก็ได้ประโยชน์เพราะไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ขณะเดียวกันรัฐก็ได้ประโยชน์เพราะแสดงผลงานได้ว่าดูแลคนงานได้ดีไม่มีคน ป่วยจากการทำงาน
“ทุกวันนี้คนงานต้องหาทางช่วยเหลือตนเอง บางคนยังขาดความรู้ในเรื่องทางคดี บางคนก็ไม่รู้ถึงสิทธิที่ตนเองควรจะได้ ภาครัฐก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อทางเครือข่ายไปขอความช่วยเหลือจากกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้คำตอบว่าไม่มีนโยบายเรื่องนี้ และได้เอกสารตอบกลับมาว่าไม่มีงบประมาณ” ประธานสภาเครือข่ายฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจนโยบายพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำและพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลพบว่า ยังไม่ได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานเท่าใดนัก มีแต่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องตำแหน่งงานเท่านั้น โดยได้ประกาศนโยบายแรงงานไว้ว่าจะเร่งรัดให้มีการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง ให้พอกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
นอกจากนี้ยัง ส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการ และมีการเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับตำแหน่งที่สร้างขึ้น มีการบรรจุงานควบคู่ไปกับลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ จัดให้มีการฝึกจัดอบรมให้แก่ผู้ใช้แรงงานเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจและยกระดับ ฝีมือแรงงาน ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านการตลาด รวมถึงการจัดทำแผนแม่บทการจัดสัดส่วนภาคการค้า อุตสาหกรรมออกมาเป็นสัดส่วนให้ประชาชนสามารถเลือกเรียนให้ตรงกับความต้อง การของตลาดแรงงาน
ด้านพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคได้แถลงนโยบายด้านแรงงานไว้ว่า จะแก้ไขปัญหาแรงงานทั้งระบบ โดยจะเน้นด้านสวัสดิการและค่าครองชีพให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย รวมทั้งมีแนวคิดที่จะจัดตั้งธนาคารเพื่อแรงงานและศูนย์ข้อมูลแรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการ ในการหาข้อมูลด้านต่าง ๆ
แหล่งข่าว : ไทยรัฐ