เมื่อวันที่ 2 เมษายน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียประจำปี 2551 ซึ่งนอกจากตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจแล้ว ยังมีการระบุถึงปัจจัยที่จะส่งผลบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : หนึ่งในปัจจัยที่เอดีบีพูดถึงคือ ภาวะขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในภูมิภาค ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากคนที่มีการศึกษาสูงเลือกไปทำงานในชาติอุตสาหกรรม แทนที่จะทำงานในบ้านเกิด
ปัญหาสมองไหลไม่ใช่เรื่องใหม่ก็จริง แต่เอดีบีวิตกว่า ปัญหานี้จะซ้ำเติมภาวะขาดแรงงานมีทักษะที่เอเชียกำลังเผชิญ โดยภาวะไร้สมดุลนี้ เห็นได้ชัดเจนขึ้นในกลุ่มวิชาชีพนักบัญชี นักบิน ผู้จัดการธุรกิจ วิศวกร ทนายความ แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และ ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์
เอดีบี ระบุว่า การขาดแคลนแรงงานมีทักษะที่ก่อให้เกิดปัญหาหลายด้าน อาทิเช่น ทำให้สูญเสียกำลังผลิต สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรมและจัดหาพนักงานใหม่ รวมถึงทำให้ค่าจ้างพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
“ประสิทธิภาพธุรกิจย่อมได้รับผลกระทบ และหากปัญหาขยายวง อุตสาหกรรมทั้งหมดหรือเศรษฐกิจทั้งหมดย่อมได้รับความเสียหาย”
เอดีบี มองว่าทางออกของเรื่องนี้คือประเทศต่างๆ ต้องเร่งปรับปรุงระบบการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่เพียงต้องเร่งเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีความรู้ แต่ต้องพัฒนาให้บุคลากรที่สามารถเติมเต็มตำแหน่งงานซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด และสอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เพื่อบรรลุเป้าหมายและเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว ชาติกำลังพัฒนาในเอเชียต้องเพิ่มการลงทุนด้านการศึกษาและการฝึกอบรมกับคนรุ่นใหม่ โดยหากคนหนุ่มสาวดังกล่าวได้รับการติดอาวุธทางปัญญาแล้ว ศักยภาพการผลิตก็จะเพิ่มขึ้น อีกทั้งคนกลุ่มนี้จะช่วยยกระดับรายได้ประชากรต่อหัวของประเทศ เริ่มมีการสะสมทรัพย์สิน และนำเงินทองที่เก็บออมไว้มาลงทุน ซึ่งผลที่ได้ก็คือ จะทำให้รายได้ของชาติเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ซึ่ง เอดีบีคาดว่าการผลิตแรงงานที่มีทักษะดังกล่าวคงใช้เวลาราว 2-3 ทศวรรษ
ขณะที่ภายในปี 2553 นี้ คนหนุ่มสาวในภูมิภาคจะเริ่มลดจำนวนลงเรื่อยๆ และภายในปี 2583 คนกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนเพียง 14% ของประชากรทั้งหมด เทียบกับที่เคยมีสัดส่วน 20% ในปี 2548
ก่อนที่คนหนุ่มสาวจะเริ่มลดจำนวนลง ภารกิจสำคัญที่ประเทศต่างๆ ต้องเร่งดำเนินการ คือการสร้างงานที่ยั่งยืนและให้ผลตอบแทนสูงกับคนกลุ่มนี้ หากทำไม่สำเร็จ ประเทศดังกล่าวก็จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และประสบปัญหาด้านการดูแลประชากรสูงอายุที่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากรัฐ และกำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้น
ภารกิจดังกล่าวยังมีขึ้นขณะที่หนุ่มสาวในเอเชียจำนวนมากประสบปัญหาไม่มีงานทำ ซึ่ง เอดีบีเห็นว่าต้นตอของปัญหาก็คือ การไม่ได้รับการศึกษา และการไร้ประสิทธิภาพทางด้านการฝึกวิชาชีพ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางแก้อาจแบ่งได้เป็น 2 ทาง โดยทางหนึ่งคือ การเร่งให้การศึกษาภายในประเทศ ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนตามมหาวิทยาลัย และพัฒนาการฝึกอบรมพนักงาน ขณะที่อีกทางหนึ่งคือ การแก้ปัญหาสมองไหล ด้วยการกระตุ้นให้ชาวเอเชียที่ออกไปทำงานนอกภูมิภาคกลับมาทำงานที่บ้านเกิด รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยและทำงานในภูมิภาค
พัฒนายุ ทารส
ที่มา : bangkokbiznews.com