|
ADB ชี้ ศก.เอเชียชะลอ-เงินเฟ้อพุ่ง หวั่นขาดแรงงานฝีมือจะฉุด 'เติบโต'
|
| เอเอฟพี - ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เตือนว่าเอเชียกำลังเผชิญหน้ากับการขาดแคลนแรงงานมีฝีมืออย่างหนักและอาจจะส่งผลถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคในระยะต่อไป ขณะเดียวกันก็พยากรณ์ว่า อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชียปีนี้จะชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่ภูมิภาคนี้จำเป็นต้องรีบแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อก่อนที่มันจะบานปลายจนควบคุมไม่อยู่ ในรายงานภาวะเศรษฐกิจประจำปีซึ่งออกมาเมื่อวานนี้ (2) เอดีบี กล่าวว่า การขาดแคลนแรงงานมีฝีมือในเอเชียเกิดขึ้นในวงกว้าง สาเหตุสำคัญก็คือสมองไหล เพราะแรงงานมีความชำนัญสูงเหล่านี้เลือกจะไปทำงานในประเทศพัฒนาแล้วมากกว่า กลุ่มที่เห็นได้ชัดว่ามีความขาดแคลนก็คือ นักบัญชี,นักบินสายการบินพาณิชย์,ตำแหน่งผู้จัดการในบริษัทต่างๆ,วิศวกร,นักกฎหมาย,แพทย์,นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟท์แวร์ รายงานได้ยกตัวอย่างการขาดแคลนนักบินอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมการบินของจีน ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็วที่ผ่านทำให้ความต้องการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่กลับขาดแคลนบุคลากรที่จะหนุนให้อุตสาหกรรมพัฒนาไปตามที่ต้องการ นอกจากนี้ เอดีบี บอกว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้ภาวะขาดแคลนแรงงานมีฝีมือยิ่งรุนแรง อาทิ การพัฒนามาตรฐานให้เทียบเท่าระหว่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม,บรรษัทภิบาล รวมทั้งกฎเกณฑ์ทางด้านการเงิน การยกระดับเช่นนี้ทำให้เพิ่มความต้องการในบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ รวมทั้งนักบริหารมืออาชีพ เอดีบี แนะนำว่า รัฐบาลทุกประเทศควรหันมาสนใจระบบการศึกษาอย่างเร่งด่วน เพราะหากว่าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขก็จะทำให้ประสิทธิภาพของการทำธุรกิจลดลง และหากปัญหาลุกลามออกไปจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งระบบได้ รายงานชิ้นเดียวกันยังระบุอีกว่า ขณะนี้ในเอเชียมีแรงงานอพยพอยู่ถึง 54 ล้านคนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับความยากจนเพราะปีที่แล้ว แรงงานอพยพแห่งเอเชียส่งเงินกลับบ้านเกิดถึง 100,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เงินจำนวนนี้เองที่ทำให้คนยากจนในเขตชนบทมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต่างๆ ควรจะสนับสนุนคนเหล่านี้ด้วยการทำให้การย้ายถิ่นและทำงานของพวกเขาง่ายขึ้น แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ก็คือประเทศในแถบนี้มักมีกฏระเบียบที่เข้มงวดมากสำหรับการย้ายถิ่นและการไหลของแรงงานเมื่อเทียบกับการไหลของสินค้า เอดีบีแนะให้ประเทศเอเชียร่วมมือกันและเปิดตลาดแรงงานระหว่างกันให้มากขึ้น ลดระเบียบต่างๆ ลงเพื่อให้ต้นทุนการแลกเปลี่ยนแรงงานระหว่างประเทศถูกลง การไหลอย่างเสรีของแรงงานยังจะช่วยให้ลดแรงกดดันจากภาวะว่างงานสูงในหลายประเทศอีกด้วย เอดีบีก็คล้ายคลึงกับหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจระดับโลกอื่นๆ ก็คือทำนายว่า ในปีนี้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียซึ่งประกอบด้วยจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ และเอเชียกลางจะลดลงเหลือ 7.6% จาก 8.2% ในคาดการณ์เดิม และเทียบกับ 8.7% เมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขใหม่นี้นับเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา แต่ปี 2009 เอดีบี มองว่า เศรษฐกิจจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 7.8% ภายใต้เงื่อนไขว่าวิกฤตการเงินโลกจะไม่อยู่นานนัก และเศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ภายในสิ้นปีนี้ ทว่าปัญหาที่น่าปวดหัวสำหรับประเทศในเอเชียก็คือ เงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและอาหารพุ่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และเพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในภูมิภาคนี้ เอดีบี คาดว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะมีอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยในปีนี้อยู่ที่ 5.1% อันเป็นระดับสูงที่สุดนับแต่ปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงเกิดวิกฤตการเงินเอเชียซึ่งเงินเฟ้ออยู่ที่ 6.1% อิฟซัล อาลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบี กล่าวว่า ถ้าปล่อยให้เงินเฟ้อเบ่งบานต่อไปโดยไม่รีบจัดการแก้ไขแล้ว ก็อาจทำให้กระบวนการเติบโตของเศรษฐกิจถึงขั้นหยุดชะงัก ทั้งนี้ปัญหานี้น่าห่วงมาก เนื่องจากที่ผ่านมาเอเชียเคยชินแต่จะเน้นด้านการเติบโต และปล่อยปละเรื่องเงินเฟ้อ
ที่มา : manager.co.th
|
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|