แบงก์ใจดีขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานรายเดือน ทหารไทยจ่ายสูงสุด 1,200 บาท ส่วนธนชาตจ่ายเพิ่มอีก 1,000 รวมของเดิมเป็น 2,000 บาท ด้านแบงก์กรุงเทพจ่ายเงินช่วยเหลือเฉพาะกาล 1 เท่าของเงินเดือน และเพิ่มให้อีก 1,000 บาท ขณะที่ปูนซิเมนต์ไทยจ่ายเงินเพิ่มให้กับพนักงาน 600 บาทต่อเดือน
ดร.สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธนาคารได้มีมติเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้กับพนักงานธนาคารทุกระดับเป็นจำนวน 1,200 บาทต่อคน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2551 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระพนักงานในช่วงที่ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นขวัญและกำลังใจของพนักงานหลังในช่วงที่ธนาคารมีการเพิ่มทุน โดยแยกออกจากเงินเดือนที่พนักงานได้รับ ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าครองชีพดังกล่าว ทำให้ต้นทุนด้านพนักงานของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านบาทต่อเดือน
รายงานข่าวจากธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารได้มีการปรับขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานอีก 1,000 บาท จากเดิมที่ให้ค่าครองชีพแยกออกจากเงินเดือนอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน รวมเป็นเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป
ในส่วนของธนาคารกรุงเทพ แจ้งว่าธนาคารได้จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษเฉพาะกาลให้กับพนักงานในอัตราคนละ 1 เท่าของเงินเดือน ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2551 แต่จากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นสูงมากจากราคาน้ำมัน กระทบต่อการดำรงชีพของพนักงาน ฝ่ายจัดการธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือกับพนักงานตั้งแต่ชั้นวิสามัญจนถึงชั้นพิเศษ โดยปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนให้กับพนักงานคนละ 1,000 ต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นไป
นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานอีก 500 บาทในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่สหภาพธนาคารได้มีเรียกร้องมาก่อนหน้านี้ และในเดือนมิ.ย.นี้ ธนาคารได้ปรับเพิ่มขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานอีกเป็นจำนวน 600 บาท โดยเป็นการปรับให้พนักงานทุกระดับ และพิจารณาตามแนวโน้มของอุตสาหกรรมหลังจากที่แนวโน้มค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งการปรับขึ้นดังกล่าว ธนาคารได้มีการประเมินตัวเลขต้นทุนและผลประกอบการไว้แล้ว
ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นค่าครองชีพให้กับพนักงานเป็นจำนวน 900 บาทต่อคนต่อเดือน มีผลตั้งแต่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจะรวมเข้าไปกับฐานเงินเดือนที่พนักงานได้รับ ซึ่งเป็นการเพิ่มให้กับพนักงานทุกระดับ ตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ ที่เพิ่มขึ้นตามราคาสินค้าและราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ ไม่รวมกับการปรับขึ้นเงินเดือนตามปกติของธนาคาร โดยค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น จะเป็นฐานเงินเดือนสำหรับการพิจารณาเงินเดือนและโบนัสของพนักงานต่อไป
นางสุมนา วงษ์กะพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานทรัพยากรบุคคลและองค์กร ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารได้มีการปรับขึ้นค่าครองชีพให้พนักงานธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2550 โดยพิจารณาปรับขึ้นเฉลี่ยคนละ 4% ของฐานเงินเดือนพนักงาน เน้นที่พนักงานที่มีรายได้น้อยก่อน หรือสูงสุดที่ 1,800 บาท ทั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นกรณีพิเศษจากการปรับขึ้นเงินเดือนในช่วงปกติจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
แหล่งข่าวจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย เปิดเผยว่า บริษัทปูนซิเมนต์ไทยก็ได้จ่ายเงินเพิ่มให้กับพนักงาน 600 บาทต่อเดือน เป็นการปรับขึ้นค่าครองชีพ
ด้าน นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับขึ้นเงินช่วยเหลือเป็นค่าอาหารให้แก่พนักงานทุกคน จากที่รับเดือนละ 1,900 บาท เพิ่มขึ้นอีก 500 บาท เป็น 2,400 บาท โดยมีผลตั้งแต่เดือนเม.ย. 2551 เนื่องจากต้องการแบ่งเบาภาระและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่พนักงาน
ที่มา : bangkokbiznews.com