โฟกัสอสังหาฯครึ่งปีหลัง จับทิศทาง "เงินเฟ้อ-น้ำมัน-ปูน-เหล็ก" : SIAMHRM.COM

โฟกัสอสังหาฯครึ่งปีหลัง จับทิศทาง "เงินเฟ้อ-น้ำมัน-ปูน-เหล็ก"


เศรษฐกิจโดยรวมส่งผลทั้งด้านบวกและลบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวเนื่องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง การคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งระบบจึงช่วยให้มองเห็น ภาพรวมตลาดอสังหาฯได้เป็นอย่างดี

การสัมมนาในหัวข้อ "อสังหาฯฝ่ากระแสเศรษฐกิจ" ที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเชิญนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ มาวิเคราะห์เศรษฐกิจและภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อธุรกิจอสังหาฯ น่าจะชี้ทิศทางธุรกิจนี้ในช่วงครึ่งปีหลังได้

เงินเฟ้อเกิน 6% แต่ ศก.ขยายตัวตามเป้า

ดร.นพดล บรณะธนัง ผู้บริหาร ส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจด้านอุปทานฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทาง การเมืองสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ เพียงแต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นไม่รุนแรงเพราะมาตรการกระตุ้นภาครัฐเริ่มส่งผลในด้านบวก นอกจากนี้มีแรงกดดันจากปัญหาการส่งออกผลพวงจากเศรษฐกิจโลกและสหรัฐที่ชะลอตัวลง

ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์เงินเฟ้อช่วง 12 เดือนข้างหน้าว่าจะยังอยู่ในระดับเกินกว่า 6% ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น เกินกว่า 6% ด้วย

อย่างไรก็ตามจากที่ราคาน้ำมันเริ่มปรับลดลง และในระยะยาวราคาไม่น่าจะสูงขึ้นมากเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ จะส่งผลดีทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง และช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยขยายตัวได้ในระดับ 4.3-5.8% ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปีหน้า

ด้านทิศทางนโยบายการเงิน จากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาอีก 0.25% มาอยู่ที่ 3.50% แม้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเวลานี้ยังติดลบ และอาจปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก 0.25% แต่โดยรวมแล้ว กนง.ดำเนินนโยบายที่ ค่อนข้างผ่อนคลาย ซึ่งภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ สถาบันการเงินอาจมีสภาพคล่องตึงตัว ทำให้ต้องมีการแข่งขันกันด้านอัตราดอกเบี้ยรุนแรงขึ้นบ้าง



แนะอสังหาฯปรับตัวรองรับ

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แม้ขณะนี้ ราคาน้ำมันจะปรับลดลง แต่ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสำนักมีความเห็นต่างกันในการคาดการณ์ราคาน้ำมันในระยะยาว โดยบางสำนักเห็นว่าราคาน้ำมันช่วงขาลงมีสัญญาณให้เห็นชัดเจนแล้ว และน่าจะอยู่ในระดับประมาณ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล บางสำนักฟังธงว่าราคาน้ำมันจะอยู่ระหว่าง 50-100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่อีกหลายสำนักมองว่า ราคาจะอยู่ในระดับ 100-150 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งหมดนี้น่าสรุปเป็นภาพแบบรวมๆได้ว่า จากนี้ไปราคาน้ำมันน่าจะปรับลดลงบ้าง ยกเว้นกรณีปัญหาความขัดแย้งในอิหร่านจะปะทุขึ้น ขณะเดียวกันก็อย่าวางใจว่าราคาน้ำมันจะลดลงมาก ดังนั้นภาครัฐ จึงต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้พลังงาน โดยเฉพาะการจัดการเมือง เพราะการจัดการเมืองที่ดีจะทำให้รายจ่ายด้านพลังงานลดน้อยลง เช่น การนำระบบแมสทรานซิส ทั้งรถไฟฟ้า เรือ ระบบ ขนส่งมวลชนรูปแบบอื่นมาใช้

สำหรับผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในอนาคตกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะมีรูปแบบการอยู่อาศัยในตึกสูง หรือโครงการในรูปคอมเพล็กซ์ในแบบโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ โดยจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามราคาน้ำมันและค่าพลังงาน

ถ้าหากน้ำมันมีราคาแพงขึ้นมาก การ อยู่อาศัยก็จะเป็นรูปแบบหนึ่ง ราคาไม่แพงมากนัก การอยู่อาศัยก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการลงทุนธุรกิจอสังหาฯจะปรับทิศทางรองรับพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนในอนาคต และเป็นการปรับตัวที่สอดคล้องกับการปรับตัวเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายด้าน พลังงานอื่นๆ



ถ้าหากน้ำมันแพง คนก็จะอยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น ลดการใช้น้ำมันลง มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการไฟฟ้าจะง่ายกว่าการบริหารจัดการน้ำมัน จึงเป็นไปได้ว่าถ้าน้ำมันราคาไม่แพงมากนัก การอยู่อาศัยในเมืองแบบแซตเทล ไลต์ทาวน์ก็จะเกิดขึ้น คนจะอยู่อาศัยนอกเมืองแล้วเคลื่อนย้ายเข้ามาทำงานในเมือง

ใช้วัสดุทดแทน-นวัตกรรมใหม่ลดต้นทุน

ดร.สถาพร เพชรทองคำ เลขานุการบริษัทและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) โฟกัสภาพตลาดวัสดุก่อสร้างหลักโดยเฉพาะปูนซีเมนต์ว่า หากน้ำมันอยู่ในช่วงขาลงและเงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น ราคาปูนก็คงไม่มีการปรับขึ้น เพราะโดยข้อเท็จจริงธุรกิจอสังหาฯใช้ปูนในการก่อสร้างไม่มาก บ้านแต่ละหลังใช้ปูนไม่เกิน 5% ของมูลค่าบ้าน

ทิศทางราคาปูนซีเมนต์จะเป็นอย่างไร จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งในการผลิตและการขนส่ง อัตราเงินเฟ้อ รวมทั้ง สถานการณ์ทางการเมืองที่มีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตามสิ่งที่ ผู้ประกอบการอสังหาฯควรพิจารณาคือ พยายามลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด เช่น หากผลิตเองมีราคาแพงก็ต้องใช้ทางเลือกอื่น วัสดุที่ต้องใช้ 100% ต้องใช้วิธีทำสัญญาซื้อล่วงหน้าเพื่อคอนโทรลราคา ทำวิจัยด้านการตลาดโดยมองตลาดอื่นๆ ด้วยการนำวัสดุทดแทนมาใช้ และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ปีที่ผ่านมา ไทยมีกำลังการผลิต ปูนซีเมนต์รวม 53.6 ล้านตัน ส่งออก 18.2 ล้านตัน ใช้ภายในประเทศ 26-27 ล้านตัน โดยตั้งแต่ปี 2543-2545 ปริมาณการใช้ ปูนซีเมนต์ภายในประเทศมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แม้ต่อมาปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก นอกจากนี้จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ปริมาณการใช้ก็น่าจะลดลงอีก จากครึ่งปีแรกลดลงแล้ว 5.6% ส่วนทั้งปี น่าจะลดลงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ขณะที่ การส่งออกก็น่าจะมีปริมาณลดลงจาก 18 ล้านตัน เหลือ 16 ล้านตัน

น้ำมันชี้ทิศทางราคาเหล็ก

นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาเหล็กที่พุ่งขึ้นสูงมากช่วงก่อนหน้านี้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กของไทยไม่ครบวงจร เป็นไปในลักษณะ นำเข้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปมาผลิตหรือแปรรูปต่อ ขณะที่การใช้ส่วนใหญ่จะใช้ในการก่อสร้าง 60% ที่เหลือเป็นการใช้ในการผลิตเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า การทำแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ต่างๆ เมื่อราคาเหล็กในตลาดโลกสูงขึ้น ราคาเหล็กภายในประเทศจึงปรับขึ้นตาม โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯเมื่อเหล็กราคาสูงก็ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขณะที่กำไรลดลง

ตนมองว่าลักษณะธุรกิจที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ผู้ผลิตเหล็กส่วนใหญ่ผลิตและขายเหล็กธรรมดา ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีเหล็กก้าวไปข้างหน้าไกลมากแล้ว และสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างได้ ดังนั้นการก่อสร้างสมัยใหม่จึงต้องมองไปข้างหน้า ผู้ผลิตเหล็กก็ต้องผลิตเหล็กโดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างก็ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อจะได้ลดปริมาณการใช้แรงงานในการก่อสร้างให้น้อยลง

สำหรับสถานการณ์ราคาเหล็กจากนี้ไปอาจปรับลดลงบ้างแต่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้ว การคาดการณ์แนวโน้มราคาเหล็กทำได้ด้วยการอิงทิศทางราคาน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีบางปัจจัยที่อาจทำให้ราคาเหล็กอาจปรับลดลง อาทิ ราคาวัตถุดิบในการผลิตเหล็กมีแนวโน้ม ลดลง มีการส่งออกลดลงหลังการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในประเทศจีน ตลาดก่อสร้างภายในประเทศที่ชะลอตัวลง สต๊อกเหล็ก ที่มีเพิ่มขึ้น รวมทั้งการชะลอซื้อของผู้ใช้ที่คาดว่าเหล็กจะปรับราคาลง

หน้า 8

ที่มา : matichon.co.th



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM