สรรพากรไต้หวัน ประกาศใช้ระบบภาษีสำหรับแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ หากอยู่ทำงานไม่ครบ 183 วัน (6 เดือน)ในแต่ละปีภาษี จะถูก เรียกเก็บภาษีแรกเข้าอีกร้อยละ 20 โดยไม่มีการหักลดหย่อน ส่งผลให้อาจไม่คุ้มค่าต่อการเดินทางมาทำงานถ้าอยู่ทำงานไม่ครบตามสัญญาจ้าง
นางจันทวรรณ ทองสมบุญ รักษาการอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ สรรพากรเมืองไทเป ของไต้หวัน ได้ออกประกาศเรียกเก็บภาษี แรกเข้าเพิ่มอีกร้อยละ 20 สำหรับคนงานต่างชาติที่อยู่ทำงานในไต้หวันไม่ครบ 183 วัน หรือ 6 เดือน ในแต่ละปีภาษี (1 ม.ค.-31 ธ..ค.) โดยไม่มีการหักลดหย่อน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา ระเบียบดังกล่าวอาจทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการเดินทางมาทำงานในไต้หวัน เนื่องจากคนงานหลายรายมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงานสูง เพราะถูกเรียกเก็บค่าบริการจากนายหน้าหลายทอด ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นในประเทศไทยไปจนถึงนายหน้าในประเทศไต้หวัน ซึ่งบางรายยังอาจต้องแบบรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบซึ่งไปกู้มาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ประกอบกับในระยะหลังคนงานไทยเริ่มมีรายได้จากการเดินทางไปทำงานในไต้หวันลดลงจากหลายสาเหตุ เช่น ถูกตัดค่าล่วงเวลา (OT) อันเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจถดถอย ถูกหักค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าประกันสุขภาพและประกันภัยแรงงาน ค่าตรวจสุขภาพ ค่าใบกาม่าหรือใบถิ่นที่อยู่ เป็นต้น
จากสถิติคนงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศในปี 2551 พบว่าไต้หวันเป็นประเทศที่มีแรงงานไทยแจ้งการเดินทางมาทำงานมากที่สุด โดยปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในไต้หวันถึง 86,056 คน ประมาณการรายได้ที่คนงานไทยได้รับต่อเดือนอยู่ที่ 17,280 เหรียญไต้หวัน (ไม่รวม OT) แต่เมื่อหักกลบลบหนีหรือค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว อาจเหลือไม่ถึงหมื่นเหรียญฯ และหากต้องรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ด้วยแล้ว ก็อาจไม่คุ้มค่าต่อการเสี่ยงโชคเดินทางมาทำงาน ดังนั้นหากคนงานรายใดคิดว่าจะไม่สามารถอยู่ทำงานได้ครบตามสัญญาจ้าง หรืออยู่ทำงานน้อยกว่า 6 เดือน ก็ควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทางมาทำงานในประเทศนี้
ที่มา : กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน