|
โมโตโรล่า ปิดสาขาไทยโยกสิงคโปร์คุมตลาด
|
ยักษ์มือถือ "โมโตโรล่า" ถึงคิวปิดออฟฟิศในไทย โยกสำนักงานในสิงคโปร์คุมแทนแล้วตามนโยบายลดขนาดองค์กรของบริษัทแม่ หลังธุรกิจมือถือขาดทุนหนัก-มาร์เก็ตแชร์ทั่วโลกหล่นจากอันดับ 2 เป็นอันดับ 4 "WDS-ทีจีโฟน" เผยต้องล้มแผนร่วมมือปั๊มยอดปีหน้าทั้งกระบิ วงในระบุพนักงานทยอยออกลอตแรกสิ้นเดือน พ.ย. อีกลอตสิ้นปี แต่ยุติทั้งหมดเป็นทางการต้น มี.ค.ปีหน้า
นายกุลดิษฐ์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย จำกัด (WDS) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ได้รับการแจ้งจากบริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) จำกัด ว่า บริษัทจะลดขนาดการบริหารจัดการธุรกิจโทรศัพท์มือถือในเมืองไทยลงตามนโยบายของบริษัทแม่ในอเมริกาที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อ ลดต้นทุน โดยหันมามุ่งเน้นเครื่องที่ผลิตบนแพลตฟอร์มแอนดรอยท์ของกูเกิล และ P2K ซึ่งเป็นกลุ่มเครื่องโลว์เอนด์เป็นหลัก โดยเครื่องรุ่นใหม่ที่ จะมีออกมาให้เห็นอย่างเร็วสุดคงเป็นในไตรมาสแรกปีหน้า ในระหว่างนี้ไม่มี สินค้าใหม่สำหรับทำตลาดมากนัก โดยในประเทศไทยจะเหลือเพียงงานบริการหลังการขาย และฝ่ายเทคนิคดูแลการทดสอบการนำเข้าเครื่องเท่านั้น ส่วนเรื่องการทำตลาดและการขายจะยุบทั้งหมด แล้วโยกความรับผิดชอบไปไว้กับสำนักงานในประเทศสิงคโปร์แทน
จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแผนงานของ WDS เพราะเดิม โมโตโรล่ามีแผนที่จะเพิ่มทีมดูแลงานด้านการขายและการตลาดอีกเป็นจำนวนมาก
พร้อมทั้งให้บริษัทเข้าไปดูแลด้าน การรับส่ง และกระจายสินค้า (logistic) ทั้งหมด โดยจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส ที่ 4 แต่เมื่อบริษัทแม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายลดขนาดองค์กรความร่วมมือดังกล่าวจึงต้องยกเลิกไปโดยปริยาย
"โมโตโรล่าในไทยเพิ่งมีทีมใหม่มาดูแล เรียกว่าเพิ่งปรับโครงสร้างการทำงานใหม่แค่ไม่กี่เดือน โดยที่ผ่านมาเริ่มรุกตลาดมากขึ้น มีกิจกรรมตอกย้ำแบรนด์ทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นมาก โดยในเดือน ต.ค.ที่ ผ่านมาทำได้หลายหมื่นเครื่องจึงน่าเสียดายโอกาส"
นายกุลดิษฐ์กล่าวต่อว่า 1-2 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของโมโตโรล่าเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยแคมเปญการตลาดที่ร่วมกับ WDS ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก โดยส่วนแบ่งการตลาดในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 3%
อย่างไรก็ตาม สินค้าของโมโตโรล่าในปัจจุบันยังมีจำหน่ายในไทย แต่จะเป็นรุ่นเดิม สำหรับรุ่นใหม่ถ้าบริษัทจะทำตลาดในปีหน้าก็ต้องติดต่อกับออฟฟิศที่สิงคโปร์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร และในจังหวะนี้ต้องยอมรับว่าอาจเป็นจังหวะที่ดีของแบรนด์อื่น ไม่ว่าจะเป็นโนเกีย, ซัมซุง, หรือแม้แต่โซนี่ อีริคสัน
"เท่าที่ทราบทีมงานที่ดูแลการตลาด มือถือของโมโตโรล่าในเมืองไทยมี 30-40 คน โดยครึ่งหนึ่งจะทำงานถึงสิ้นเดือน พ.ย. นี้ ที่เหลือถึง ธ.ค.ปีนี้ อาจเหลือบางตำแหน่งสำคัญๆ อย่างคุณแพทริก แอรอนสัน (เอ็มดี) คงอยู่ถึงไตรมาสที่ 1 ปีหน้า เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน ส่วนโมโตช็อปปัจจุบันเท่าที่จำได้มีอยู่ 7-8 แห่งก็น่าจะลดลงเหลือ 3 หรือ 4 แห่ง"
ด้านนายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีจีโฟน จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตัวแทนทางการตลาดรายหลักของโมโตโรล่าในเมืองไทยมีอยู่ 3 ราย คือ ทีจีโฟน, เจมาร์ท และ WDS เมื่อ 2-3 อาทิตย์ก่อนตนก็ได้รับแจ้งจากทีมงานของโมโตโรล่าเช่นกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์มือถือ โดยจะยุบทีมการตลาดไปขึ้นตรงกับสิงคโปร์ เท่ากับกลับไปในยุคเริ่มต้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่ไม่มีสาขาในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งตนมองว่ามีผลกระทบต่อการผลักดันมาร์เก็ตแชร์ของโมโตโรล่าแน่นอน
"โมโตโรล่าเพิ่งหันกลับมาโฟกัส ช่องทางขายปลีก กับเราก็เริ่มทำไปบ้างเรื่องดิสเพลย์ และการซัพพอร์ตต่างๆ อีกทั้งมีแผนปีหน้าร่วมกันอีกเยอะ แต่ต้อง หยุดทั้งหมดเมื่อนโยบายบริษัทแม่มีการเปลี่ยนแปลงยุบสาขาในไทย ซึ่งเท่าที่ทราบพนักงานที่จะออกรอบแรกในสิ้นเดือน พ.ย.จะเป็นทีมเซลส์ที่ติดต่อกับดีลเลอร์ ที่ยังเหลืออยู่และจะออกในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้หรือต้นปี เป็นระดับหัวหน้าที่มีภาระผูกพันกับพาร์ตเนอร์ กับอีกบางส่วนที่ต้องเคลียร์เอกสารทางการเงิน"
แหล่งข่าวในธุรกิจโทรศัพท์มือถือกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า พนักงานของ โมโตโรล่ารู้มาระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวเป็นระยะๆ จากวิกฤตที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกา ซึ่ง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของโมโตโรล่า โดยการปิดตัวลงของสำนักงานสาขาในไทย เป็นเรื่องปกติของบริษัทข้ามชาติที่มีการปรับตัวเร็วมากทั้งในแง่บวกและลบ คือ ถ้าผลประกอบการดีก็อาจขยายงาน แต่ถ้าไม่ดีก็ลดคนหรือปิดบริษัทเลย ซึ่งในแง่โมโตโรล่าเองก็เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ โมโตโรล่าแถลงผลประกอบการทั่วโลกในไตรมาส 3 ปีนี้ พบว่ามีรายได้รวม 7.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15% จาก 8.81 พันล้านเหรียญ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขาดทุนสุทธิ 397 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทชี้แจงว่า เกิดปัญหาจากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือ
โดยกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เคลื่อนที่ในไตรมาสที่ 3 มีรายได้ 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 31% จาก 4.5 พันล้าน เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับยอดขายที่ทำได้ 25.4 ล้านเครื่อง ลดลงจากที่เคยทำได้ 37.2 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกตกลงมาอยู่อันดับ 4 ที่ 8.4% ตามหลังโนเกีย, ซัมซุง และโซนี่ อีริคสัน จากปีที่ผ่านมาอยู่อันดับ 2
นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือน ต.ค. โมโตโรล่าได้ประกาศว่าจะปรับลดพนักงานกว่า 3,000 คน หรือ 4.5% ของพนักงานทั้งหมด โดยกว่า 2,000 อัตรามาจากธุรกิจอุปกรณ์เคลื่อนที่ ถือเป็นหนึ่งในแผนการลดค่าใช้จ่ายกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐตามเป้าหมายปีหน้า
หน้า 1
ที่มา :matichon.co.th |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|