|
กรมสุขภาพจิต ประกาศรับสมัครงานตำแหน่ง นายแพทย์ปฏิบัติการ
|
ด้วยกรมสุขภาพจิตจะดำเนินการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการกรณีสำเร็จการศึกษาในวุฒิที่ ก.พ. กำหนด ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 28 กันยายน 2549 ที่ นร 1004.1/ว 7 ลงวันที่ 25 กันยายน 2551 และที่ นร 0708.4/ว 16 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 จึงประกาศรับสมัครคัดเลือก ฯ ดังต่อไปนี้
1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก
1.1 ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง จำนวน 3 ตำแหน่ง
- ตำแหน่งนายแพทย์ปฏิบัติการ
1.2 อัตราเงินเดือน ดังนี้
1.2.1 วุฒิปริญญาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา อัตราเงินเดือน 10,190 บาท
1.2.2 วุฒิปริญญาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
สาขาเวชกรรม จากแพทยสภา และได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์
ของแพทยสภา หรือหนังสืออนุมัติบัตรในสาขาวิชาเดียวกันกับวุฒิบัตร
อัตราเงินเดือน 13,110 บาท
1.2.3 วุฒิปริญญาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
สาขาเวชกรรม จากแพทยสภา และได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์เด็ก
และวัยรุ่น หรือหนังสืออนุมัติบัตรในสาขาวิชาเดียวกันกับวุฒิบัตร
อัตราเงินเดือน 13,690 บาท
1.3 จำนวนตำแหน่งว่างที่จะบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก จำนวน 3 ตำแหน่ง
1.3.1 โรงพยาบาลศรีธัญญา จำนวน 1 ตำแหน่ง
1.3.2 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา จำนวน 1 ตำแหน่ง
1.3.3 สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ จำนวน 1 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตสงวนสิทธิ์ในการส่งข้าราชการไปปฏิบัติงานตามหน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิต ตามความเหมาะสม
2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือให้บริการทางการแพทย์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
ด้านการปฏิบัติการ
(1) ตรวจ วินิจฉัย รักษาโรค ฟื้นฟู ส่งเสริมสุขภาพ ควบคุม ป้องกันโรค และภัยสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และสามารถป้องกันตนเองหรือบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ
(2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยด้านวิชาการแพทย์และสาธารณสุขเบื้องต้น เพื่อประกอบการพัฒนาแนวทางการตรวจ ชันสูตร วินิจฉัย บำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่งเสริม ควบคุม ป้องกัน เพื่อให้ได้องค์ความรู้ทางวิชาการแพทย์และสาธารณสุข ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมกับภารกิจของส่วนราชการ
(3) รวบรวมข้อมูลและศึกษาสภาวะสุขภาพของประชาชนในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อวางแผนการดำเนินงานตรวจ วินิจฉัย รักษา ควบคุม ป้องกัน เฝ้าระวัง รักษาโรค และฟื้นฟู ส่งเสริมสุขภาพทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
(4) ตรวจชันสูตรทางนิติเวชศาสตร์และเหตุตามทางนิติเวชศาสตร์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางนิติเวชศาสตร์ เพื่อให้ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต
ด้านการวางแผน
วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
ด้านการประสานงาน
(1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
(2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย
ด้านการบริการ
(1) ให้คำแนะนำ ตอบปัญหา และชี้แจง เกี่ยวกับงานการแพทย์ การควบคุมป้องกันโรค การฟื้นฟูสภาพและการส่งเสริมสุขภาพ ที่ตนมีความรับผิดชอบในระดับเบื้องต้น แก่ผู้ป่วยและญาติหน่วยงานราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำไปปฏิบัติให้มีสุขภาพที่ดี
(2) จัดเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำสถิติ ปรับปรุง หรือจัดทำฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับงานการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน
(3) ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และสาธารณสุข แก่บุคลากรสาธารณสุข นักศึกษาและประชาชน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
3. คุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก
3.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัย ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน ในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่
3.2 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนายแพทย์ปฏิบัติการ
3.2.1 ได้รับปริญญาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา หรือ
3.2.2 ได้รับปริญญาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม จากแพทยสภา และได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์ ของแพทยสภา หรือหนังสืออนุมัติบัตรในสาขาวิชาเดียวกันกับวุฒิบัตร หรือ
3.2.3 ได้รับปริญญาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสาขาเวชกรรม จากแพทยสภา และได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น หรือหนังสืออนุมัติบัตรในสาขาวิชาเดียวกันกับวุฒิบัตร
* สำหรับพระภิกษุหรือสามเณรทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
4. การรับสมัคร
4.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง กองการเจ้าหน้าที่ กรมสุขภาพจิต ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โทร. 02 590 8062 , 0 2590 8193 ตั้งแต่วันที่ 15 - 19 มิถุนายน 2552ในวันราชการ ภาคเช้า เวลา 08.30 – 12.00 น. และภาคบ่าย 13.00 – 15.30 น.
4.2 ค่าธรรมเนียมการสอบ
ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับตำแหน่งที่สมัคร ในอัตราเงินเดือน 200 บาท
ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เมื่อได้ประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบแล้ว เว้นแต่มีการยกเลิกการสอบครั้งนั้นทั้งหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริต จึงให้จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตนั้น
4.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร
1) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว
โดยถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
2) ปริญญาบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ฉบับจริงที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัคร พร้อมสำเนาอย่างละ 1 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์โดยจะต้องสำเร็จการศึกษา และได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนวันปิดรับสมัครคัดเลือก
ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครได้ก็ให้นำหนังสือรับรองคุณวุฒิ ที่สถานศึกษาออกให้ระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา และวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันที่ปิดรับสมัครมายื่นแทนก็ได้
3) สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสาขาเวชกรรม
4) สำเนาวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์ หรือสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น หรือสำเนาหนังสืออนุมัติบัตรในสาขาวิชาเดียวกันกับวุฒิบัตร จำนวน 1 ฉบับ
5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
6) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครเพศหญิง) ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครไม่ตรงกัน) ใบสำคัญทหารกองเกิน สด.9 (เฉพาะผู้สมัครเพศชาย) จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
ทั้งนี้ ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับ ให้ผู้สมัครสอบเขียนคำรับรองว่าสำเนาถูกต้องและลงชื่อกำกับไว้ด้วย
7) ใบรับรองแพทย์ แสดงว่าไม่เป็นโรคที่ต้องห้าม ตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันยื่นใบสมัคร
8) หนังสือรับรองการปฏิบัติงาน (ถ้ามี)
5. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบวัน เวลา สถานที่สอบคัดเลือก
กรมสุขภาพจิตจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกในวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ทางเว็บไซต์ www.dmh.go.th และ www.hr.dmh.go.th
6. หลักสูตรและวิธีการคัดเลือก
จะประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัวประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์รวมทั้งจัดทำแบบประเมินบุคลิกภาพ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานรวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลักสมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่งโดยวิธีการสัมภาษณ์
7. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
8. การประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก
กรมสุขภาพจิตจะประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก โดยเรียงลำดับที่จากผู้ที่ได้คะแนนสูงลงมาตามลำดับ ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกได้คะแนนเท่ากัน ก็ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสมัครเข้ารับการคัดเลือกก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า การขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกจะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี นับจากวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
9. การบรรจุและแต่งตั้ง
ผู้ได้รับคัดเลือกจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก
ในกรณีที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกมากกว่าจำนวนตำแหน่งว่าง และภายหลังมีตำแหน่งว่างเพิ่มอีก กรมสุขภาพจิตอาจบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกที่เหลืออยู่ดังกล่าว หรือจะดำเนินการคัดเลือกใหม่ก็ได้ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว ต้องอยู่ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ได้รับบรรจุและแต่งตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยห้ามโอนไปส่วนราชการอื่นเว้นแต่ลาออกจากราชการ
กรมสุขภาพจิต ดำเนินการคัดเลือกด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค ดังนั้น หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้รับการคัดเลือก หรือมีพฤติกรรมในทำนองเดียวกันนี้ โปรดอย่าได้หลงเชื่อ และแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการทราบด้วย |
SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM
|
|