คนมาบตาพุดโอดไส้แห้งปิดรง. : SIAMHRM.COM

คนมาบตาพุดโอดไส้แห้งปิดรง.




เบรก 76 โครงการลามเศรษฐกิจท้องถิ่น 31 ชุมชนหวั่นรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหือดหาย สังคมส่อเค้าแตกเป็น 2 ฝ่าย เดินสายล่ารายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ ร้องเรียนหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางแก้ไขด่วน แนะถามคนระยองด้วยต้องการโรงงานหรือไม่  ด้านเอ็นจีโอย้ำจุดยืนเดินหน้าดำเนินคดีรมว.อุตสาหกรรม-ผู้ว่าการกนอ. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ชง 5 ข้อหาทางออกร่วมกับรัฐบาล 
           หลังจากที่อัยการสูงสุดได้ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองแทนผู้ถูกฟ้องทั้ง 8 หน่วยงานรัฐ  เพื่อคัดค้านการระงับการลงทุน 76 โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำตัดสินของศาลอยู่นั้นล่าสุด "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สำรวจท่าทีของ 31 ชุมชนในเทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง ขณะนี้เริ่มพบว่า ได้ส่งผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจปากท้องของชุมชนในท้องถิ่นแล้วจากรายได้ที่ลดลง แต่ที่น่าห่วงขณะนี้คือความแตกแยกของผู้คนในสังคมมาบตาพุดเกิดขึ้นซ้ำรอยชาวบ้านในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่หนุน-ค้านโรงงานผลิตเหล็กและโรงผลิตไฟฟ้าแล้ว
 **31 ชุมชนมาบตาพุดเสียงแตก
          เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก นายอิทธิพล แจ่มแจ้ง ประธานชมรมคณะกรรมการชุมชนเทศบาลเมืองมาบตาพุด ที่เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้เทศบาลเมืองมาบตาพุดที่มีทั้งหมด 31 ชุมชน เริ่มมองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังจาก76 โครงการถูกระงับว่า จะก่อผลกระทบกับภาคครัวเรือนและธุรกิจของชุมชนมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องปากท้อง เป็นเรื่องการดำรงชีพ เนื่องจากแต่ละครัวเรือนมีอาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม เช่น บ้านเช่า รถเช่า ร้านอาหารผู้รับเหมาก่อสร้าง และในแต่ละชุมชนก็มีการตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มรับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มดูแลจัดสวน รดน้ำต้นไม้ หรือการตั้งกลุ่มให้เช่ารถยนต์เพื่อใช้ในกิจการโรงงาน เช่น รถเก๋ง รถบัส รถตู้  เป็นต้น ดังนั้นเมื่อศาลตัดสินให้ระงับการลงทุนของ 76 โครงการต่อไป ประชาชนในพื้นที่จะเดือดร้อนยิ่งขึ้น 
 "ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อของคนในแต่ละชุมชนว่าได้รับผลกระทบเรื่องอะไรบ้าง เพื่อร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มองอีกด้านหนึ่งของปัญหาด้วย"
เช่นเดียวกับนายโสด ศะลาลาศ ที่ปรึกษาประธานชุมชนอิสลาม หนึ่งใน 31 ชุมชน ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 200 หลังคาเรือน มีประชากรมากกว่า 1,000 คน  และเป็นชุมชนตั้งอยู่ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดราว 1 กิโลเมตร กล่าวยอมรับว่ากลุ่มชาวบ้านเริ่มมีปัญหาทางเศรษฐกิจแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่มีที่ดินก็ไปกู้แบงก์เพื่อสร้างบ้านเช่า เพื่อให้แรงงานที่ทำงานอยู่ในจังหวัดระยองพักอาศัย ตอนนี้บางรายสร้างโรงงานแล้วก็ไม่มีคนมาอยู่ บางรายต้องทิ้งงานก่อสร้างลงกลางคัน บางรายเริ่มชำระหนี้แบงก์ไม่ได้เพราะไม่มีรายได้จากค่าเช่าบ้านเข้ามา
**กระทบศก.ในระยอง
ด้านนายมานิต เล็กโล่ง กรรมการและเลขานุการสภาทนายความจังหวัดระยอง  กล่าวว่าอาศัยอยู่ในชุมชนมาบข่ามาตั้งแต่เกิด ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้บริหารเทศบาลเมืองมาบตาพุด มีแนวคิดที่จะทำให้มาบตาพุดน่าอยู่และอยู่คู่กับเศรษฐกิจได้ ดังนั้นจึงมองว่าคำสั่งศาลข้างต้นนอกจากจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศแล้ว เศรษฐกิจในจังหวัด ปัญหาปากท้องของประชาชนก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ยกตัวอย่างกลุ่มคนที่เคยทำเกษตรกรรม เมื่อมีโรงงานเกิดขึ้น ก็นำที่ดินมาพัฒนาเป็นห้องเช่าให้กับแรงงาน จนต้องหยิบหนี้กู้ยืมสินมาลงทุน เมื่อทราบผลว่าศาลสั่งระงับ 76 โครงการ เหมือนล้มทั้งยืน เพราะรายได้ส่วนหนึ่งขาดหายไปทันที อันเนื่องมาจากถูกผู้เช่าบอกยกเลิกเช่าห้อง นอกจากนี้ยังพบว่าพ่อค้า-แม่ค้าพูดเป็นเสียงเดียวว่าขาประจำขาจรหายหน้าหายตาไปเกือบหมดแล้ว
**ต้องหาทางออกเร่งด่วน
          นอกจากนี้ นายมานิต ยังระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ยังมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะมีทางออกร่วมกันได้โดยมองว่าทางออกเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการก่อนคือ 1.ปัญหาดังกล่าวจะต้องแก้โดยคนในจังหวัดระยองก่อนโดยการเสนอความคิดเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่โดยเฉพาะใน 31 ชุมชนนั้นยังต้องการมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่ต่อไปหรือไม่ 2.ภาครัฐเช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม กนอ. และผู้ประกอบการจะต้องมีมาตรการในการรับประกันความเสี่ยงที่เกิดจากโรงงานให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมและประชาชนที่ย้ายภูมิลำเนาโดยมีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดระยองเกิน 2 ปี เพื่อประชาชนจะได้เกิดความมั่นใจมากขึ้น 3.บทลงโทษผู้ประกอบการที่กระทำผิดควรจะดำเนินการเป็นรายๆไป ไม่ควรไปเหมารวมทุกโครงการ ส่วนผู้ที่กระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อมก็ควรจะใช้บทลงโทษที่หนักขึ้น  เช่นห้ามมาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวอีก 4. ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ควรหันมาหารือกันเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างจริงจังโดยคำนึงถึงความอยู่รอดของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง
      "ข้อเสนอทางออกทั้งหมดนี้จะนำไปหารือร่วมกับ 31 ชุมชนในเทศบาลเมืองมาบตาพุด ในเร็วๆ นี้เมื่อสรุปแล้วได้เสียงส่วนใหญ่ตรงกันก็จะเสนอทางออกเหล่านี้ผ่านไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณา"
**"สุทธิ"ย้ำยืนตามกรอบก.ม.
       ด้านนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่ายังยืนยันที่จะเดินไปตามกรอบกฎหมาย โดยรัฐบาลจะต้องเร่งผลักดันเดินกติกาเพื่อผู้ประกอบการจะได้ยึดเป็นหลักปฏิบัติตาม โดยเฉพาะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา67(วรรค2)   ที่กำหนดให้ทำเรื่องผลการศึกษาด้านสุขภาพ(HIA) และการที่รัฐบาลจะแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535  มาตรา  46  เป็นการทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงไป  เนื่องจากหน่วยงานต่าง ๆ  ที่ดูแลสิ่งแวดล้อมจะต้องไปขึ้นทะเบียนกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากคณะรัฐมนตรีรับหลักการ จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาพิจารณา  เพื่อเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
          ทั้งนี้ ภาคประชาชนต้องการให้รัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฉบับที่นางอนงค์วรรณ  เทพสุทิน  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  6 ครั้ง  ซึ่งน่าจะตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ  แต่การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวของรัฐบาลเพื่อเอื้อแก่การลงทุน  จึงไม่เห็นด้วย
        โดยวันที่ 14 ตุลาคม 2552 เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกจะไป สภ.เมืองระยอง เพื่อแจ้งดำเนินคดีอาญากับ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการกนอ. ฐานละเว้นหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ที่ยังปล่อยให้ 76 โครงการเดินหน้าต่อไป
         ส่วนวันที่ 15 ตุลาคมยังย้ำที่เจตนารมณ์เดิมคือจะไปยื่นคำคัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางเพื่อย้ำว่า 1. ชาวบ้านยังเดือดร้อนจากปัญหามลพิษในมาบตาพุดอยู่ 2.จะยึดหลักข้อกฎหมายที่เวลานี้ยังไม่มีการเดินตามรัฐธรรมนูญมาตรา67 กรณีที่อัยการสูงสุดไปยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครองโดยอ้างว่าผู้ฟ้อง 43 รายไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้นถือว่าหมิ่นเหม่ต่อการพิจารณาของศาล
-นายกฯโยน"สาทิตย์"สานต่อ
เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ13 ตุลาคม 2552 ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแก้ไข ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 67 วรรคสอง  ของรัฐธรรมนูญ 2550 โดยจะส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป  และระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมาย ในการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติครั้งหน้า จะมีการประชุมเพื่อออกระเบียบเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 67  วรรคสองได้ เพื่อรองรับอุปสรรคการลงทุน  พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปประสานภาคประชาชน คณะกรรมการสิทธิฯ ทำความเข้าใจแนวทางรัฐบาลที่จะทำตามมาตรา 67 วรรคสอง คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์เพื่อออกกฎระเบียบปฏิบัติได้
           ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้ร่าง พ.ร.บ. ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ร่างไว้ตั้งแต่ 30 กันยายน 2551 เพราะเกรงว่าจะล่าช้า เนื่องจากยังไม่ได้มีการส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตามขั้นตอน
-เอ็นจีโอเสนอ 5 ทางออก
      นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวอีกว่า  สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวบ้านมาบตาพุดผู้ฟ้องคดี รวม 43 ราย ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ เพื่อเสนอให้รัฐบาลหาทางออกร่วมกันของปัญหา 5 ข้อ ดังนี้  ข้อที่1 ให้คณะรัฐมนตรีจัดตั้งกองทุนเยียวยาพัฒนาสุขภาพประชาชน และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง 1 แสนล้านบาท เทียบเท่ากองทุนเยียวยาอุตสาหกรรมเพื่อความสมดุล    ข้อเสนอที่2 ให้ ครม.นำร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ.... ที่ยกร่างโดยภาคประชาชน ประชาสังคม นักวิชาการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ที่ยื่นให้กับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2551 มาดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาประกาศใช้เป็นกฎหมาย   
      ข้อเสนอที่3 ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ นำร่างประเภทโครงการหรือกิจกรรมประเภทรุนแรงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ที่ได้รับการยกร่างจากคณะกรรมการยกร่างที่แต่งตั้งโดยปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ และผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทั่วประเทศมาแล้ว จำนวน 19 ประเภทโครงการ ที่ยื่นให้กับปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2551 มาประกาศบังคับใช้  
ข้อเสนอที่4 ให้ ครม. นำร่างหลักเกณฑ์การศึกษาและประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) ที่ยกร่างโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และผ่านเวทีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว มาประกาศบังคับใช้โดยเร็ว  ข้อเสนอที่5 ให้ผู้ประกอบการโครงการหรือกิจกรรมทั้ง 76 โรงงานที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ฝ่ายมาร่วมกันพิจารณาว่าโครงการกว่า 500 แห่งทั่วประเทศมีโครงการใดเข้าข่ายบ้าง เพื่อมาดำเนินการจัดทำ HIA และให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนการอนุมัติ/อนุญาตก่อนโดยเร็ว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM