| ศูนย์ข่าวภูเก็ต - คณะอนุกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ภูเก็ตติดตามปัญหาแรงงานต่างด้าว ผู้ประกอบการระบุไม่อยากเข้าระบบพิสูจน์สัญชาติเหตุแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่ไม่มีสัญชาติ เชื่อทำให้แรงงานต่างด้าวลดลง
วันนี้ (30 ต.ค.) คณะอนุกรรมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร นำโดนนายเรวัต อารีรอบ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามและรับฟังปัญหา เกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่
โดย นายเรวัต กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามรับฟังปัญหาเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นเพื่อมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ทำเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร
จากการรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการที่จะให้มีการชะลอเรื่องของการตรวจพิสูจน์สัญชาติไปก่อน เนื่องจากผู้ประกอบการมองว่าการส่งแรงงานไปตรวจพิสูจน์สัญชาติแล้วจะไม่ได้กลับมา กลัวที่จะมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านและกลัวที่จะไม่มีแรงงานเข้ามาทำงาน
โดยเรื่องนี้ทางคณะอนุกรรมการจะนำข้อมูลต่างๆ มาสรุปเป็นร่างเพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหากันต่อไปโดยจะทำเป็นข้อสรุปทางเลือกในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวโดยเริ่มจากจังหวัดภูเก็ต ใช้ชื่อว่าภูเก็ตโมเดลมีการร่วมมือกันทุกหน่วยงานเพื่อทำข้อสรุปและเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร
สำหรับการดำเนินการนั้นก็จะมีทั้งเรื่องของการพิสูจน์สัญชาติและเรื่องของการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ซึ่งการพิสูจน์สัญชาตินั้นมี 2 ส่วน คือ แรงงานที่พิสูจน์สัญชาติได้กับแรงงานที่พิสูจน์สัญชาติไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการดำเนินการกันเป็นขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการรงงานที่ลงมาติดตามปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้นมีธงอยู่แล้วในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว คือ ผู้ประกอบการอยู่ได้รัฐบาลมีความมั่นคง เพราะฉะนั้นในส่วนของหน่วยงานภาครัฐเองจะต้องเสนอข้อมูลและสะท้อนปัญหาความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไปยังกระทรวงแรงงาน ไม่ควรที่จะปกปิดข้อมูลกันแล้วเพื่อที่ที่กระทรวงที่เกี่ยวข้องจะได้รับทราบข้อมูลและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะที่ นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้นไม่ได้มีมาตรการการผลักดันขึ้นทะเบียน หรือการตรวจพิสูจน์สัญชาติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองในมิติคุณภาพชีวิตของคนไทยด้วย และจำนวนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาจะต้องมีการจำกัดจำนวนจะต้องไม่มีการเปิดเสรีจนกว่ารัฐจะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่เพียงพอรองรับไม่เช่นนั้นคุณภาพชีวิตของคนไทยจะด้อยลง เช่น การใช้บริการของโรงพยาบาลปัจจุบันคนไทยต้องไปเข้าคิดกับแรงงานต่างด้าว ซึ่งจริงแล้วน่าจะต้องมีการแยกสัดส่วนกันให้ชัดเจน
ขณะที่ นายภาวิต ศุภสุวรรณ กรรมการชมรมประมงจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการพูดคุยกันของผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานต่างด้าวชาวพม่าจะต้องมีปัญหาแน่นอน เพราะแรงงานส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำงานนั้นส่วนใหญ่เป็นแรงงานมอญซึ่งพม่าไม่ยอมรับว่าเป็นคนของเค้าอยู่แล้ว และแรงงานเองก็ไม่อยากที่จะเข้าสู่ระบบการตรวจพิสูจน์สัญชาติ และเชื่อว่าถ้าเข้าสู่ระบบตรวจพิสูจน์แรงงานต่างด้าวจะหายไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งขั้นตอนการตรวจพิสูจน์มีความยุ่งยากและไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้ส่งไปตรวจแล้วกว่า 700 ราย แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมาเลย
ส่วนเรื่องของการควบคุมแรงงานต่างด้าวนั้นอยากให้ดำเนินการในเรื่องของการขึ้นทะเบียนเหมือนเดิม แต่อยากจะให้ขยายเวลาออกไปเพื่อให้ผู้ประกอบการนำแรงงานที่อยู่ใต้ดินมาอยู่ข้างบนให้หมดเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการขยายก็สามารถดำเนินการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนได้ทันทีซึ่งผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะความร่วมมือ
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของการจับกุมแรงงานนั้นอยากให้ตั้งชุดเฉพาะกิจเข้ามาดำเนินการมากกว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเหลือเกินที่ดำเนินการเข้ามาจับกุมแรงงานต่างด้าวบ้างครั้งแรงงานที่มีบัตรยังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไปเลย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ |